xs
xsm
sm
md
lg

ทนายหนุ่มแจงปมรัวหมัดใส่สาวเพื่อนบ้าน อ้างถูกถอยรถชนลังอาหาร พูดจาเหยียดใส่ เตรียมส่งวงจรปิด-คลิปเสียงให้ตำรวจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ทนายหนุ่มแจงปมรัวหมัดใส่เพื่อนบ้านสาว อ้างถูกถอยรถทับลังอาหารจนเสียหาย แถมยังถูกพูดจาเหยียดใส่ เตรียมมอบวงจรปิด-คลิปเสียงให้ตำรวจ พร้อมยืนยันตนก็ได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย 

ความคืบหน้ากรณี น.ส.ยิ่งฐาฐ์ หรือแนน อายุ 38 ปี ร้องเรียนว่าถูกเพื่อนบ้านซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความทำร้ายร่างกายด้วยการรัวหมัดต่อหน้าลูกชายวัย 5 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดวันที่ 14 ก.ย. 2569 นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ทนายความคู่กรณี ได้ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ในมุมของตนเอง พร้อมยืนยันว่าจะนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นายเอ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุช่วงเย็น หลังเสร็จจากงาน ได้เดินทางไปซื้ออาหารสดจากซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน มูลค่าประมาณ 1,000 บาท เพื่อนำกลับไปประกอบอาหารให้ภรรยา ก่อนนำของลงบริเวณถนนส่วนกลางหน้าบ้าน ระหว่างนั้นสังเกตเห็นรถของคู่กรณีขับถอยเข้ามาใกล้จุดที่ตนยืนอยู่ ซึ่งตนมองว่าเป็นลักษณะที่ไม่ปลอดภัย

นายเอ อ้างว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 เคยไปลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับพฤติกรรมการขับรถของคู่กรณี เนื่องจากเคยเกิดเหตุในลักษณะคล้ายว่าจะขับรถชน จึงเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย และนำลังใส่ของมาวางกั้นไว้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนว่ามีสิ่งกีดขวาง ก่อนรีบนำอาหารสดเข้าไปภายในบ้าน

จากนั้นได้ยินเสียงดัง “โครม” เนื่องจากรถของคู่กรณีขับทับลังใส่อาหารสดจนได้รับความเสียหาย ตนจึงเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. ให้เข้ามาช่วยระงับเหตุ แต่ทางด้านคู่กรณีพูดว่า “มึงนั่นแหละ เอาลังมาเตะโดนรถกู“ และคำพูดเหยียดยามอีก ทำให้เหตุการณ์บานปลายก่อนจะเกิดการโต้เถียง และตนทำร้ายร่างกายเขา ซึ่งตนยืนยันไม่ได้วางกล่องโฟมแกล้งคู่กรณี ซึ่งตนมองว่าเขาเป็นคนถอยรถมาชนทรัพย์สินของตน แล้วก็ยังด่าตนไม่หยุด ทั้งนี้จุดที่เขาจอดรถนั้นไม่ใช่เป็นหน้าบ้านของเขา เป็นบ้านซึ่งไม่มีใครอยู่แล้วตัวของเขาก็มาจอดบริเวณนี้ประจำเกือบทุกวัน ทั้งที่ไม่ใช่หน้าบ้านของเขา ซึ่งเรื่องนี้ตนก็มีการร้องเรียนมาแล้ว

นายเอ ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนานำกล่องโฟมหรือลังไปวางเพื่อกลั่นแกล้งคู่กรณี และไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลั่นแกล้งกัน อีกทั้งสิ่งของที่นำมาวางเป็นลังใส่อาหารสดที่เพิ่งซื้อมา จึงไม่มีเหตุผลที่จะนำทรัพย์สินของตัวเองไปวางเพื่อให้เกิดความเสียหาย

ส่วนกรณีภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ นายเอ กล่าวว่า คลิปดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และตนอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีการปรับช่วงเวลาของคลิปจนทำให้เหตุการณ์ดูยาวนานหรือรุนแรงกว่าความเป็นจริงหรือไม่ หากพบว่าข้อมูลส่วนใดเป็นเท็จ จะดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าต้องการขอโทษคู่กรณีหรือไม่ นายเอ กล่าวว่า อยากฝากคำขอโทษไปถึงประชาชนต่อภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่ปรากฏออกไป พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพล ใช้ชีวิตและประกอบอาชีพโดยสุจริต และไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง

นายเอ ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีตนประกอบอาชีพทนายความว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อพิพาทส่วนบุคคลระหว่างเพื่อนบ้าน ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรหรือสถาบันวิชาชีพทนายความ และไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่าไม่เคยนำอาชีพทนายความมาแอบอ้าง และประกอบวิชาชีพด้วยใบอนุญาตมานานกว่า 15 ปี

สำหรับการดำเนินการหลังจากนี้ นายเอ ระบุว่า จะนำภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปเสียงที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี และให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงเจตนาของคู่กรณีตามขั้นตอนของกฎหมาย

นอกจากนี้ นายเอ ระบุว่า เตรียมดำเนินคดีกับนิติบุคคลของโครงการหมู่บ้าน กรณีเข้ามาถ่ายภาพตนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยอ้างว่าเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 รวมถึงประเด็นการกล่าวหาว่าตนเป็นผู้ต้องหา ทั้งที่คดียังอยู่ในกระบวนการและศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด พร้อมยืนยันหลักกฎหมายที่ว่าบุคคลยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

นายเอ ยังอ้างว่า ตนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เช่นกัน โดยเข้ารับการตรวจร่างกายจากแพทย์ และได้รับการระบุว่ามีอาการกล้ามเนื้ออักเสบบริเวณขมับขวา แก้มขวา คาง แขนขวา และเท้าขวา นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ได้แก่ เสื้อคอปกยี่ห้อ Arrow สร้อยคอทองคำหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ ซึ่งสายทองบิดเบี้ยว รวมถึงรองเท้ากุชชี่ โดยจะให้พนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย

ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านบางรายออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งกับตนนั้น นายเอ อ้างว่า หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านเมื่อช่วงกลางปี 2561 เคยร้องเรียนเรื่องเพื่อนบ้านส่งเสียงดัง จนอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่พอใจ และต่อมามีชาวบ้านบางส่วนมารวมตัวขับไล่ โดยกล่าวว่า “ออกไปได้แล้ว ทุกคนเกลียดมึงหมดแล้ว” ทั้งนี้ นายเอ ยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับบุคคลเหล่านั้นเป็นการส่วนตัว และขอให้ทุกฝ่ายนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป