อัยการติวเข้ม เทคนิคสอบสวน-สืบสวน ทำคดีอุ้มหายฯ สาธิตการจับกุมภาคสนาม แกะรอยเส้นทางการเงิน ยกระดับอัยการสอบสวน
เมื่อวันที่ 7-11 ก.ย.ที่ผ่านมา ชั้น 3โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี สถาบันฝึกอบรมการดำเนินคดีชั้นสูง สถาบันพัฒนาข้าราชการ ฝ่ายอัยการ จัดโครงการฝึกอบรม "หลักสูตรการเสริมสร้างทักษะของพนักงานอัยการด้านการสืบสวนสอบสวน"ให้แก่พนักงานอัยการ และเจ้าพนักงานคดี สำนักงานการสอบสวน และพนักงานอัยการในต่างจังหวัดที่ต้องปฏิบัติงานด้านการสอบสวน รวมจำนวน 62 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมสร้างองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะคดีนอกราชอาณาจักร คดีพิเศษคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ คดีตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี สามารถบูรณาการการสอบสวนเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพิ่มทักษะในการสอบสวนการรวบรวมพยานหลักฐาน และวางแผนการสอบสวนอย่างมีระบบ การสืบสวนและการปฏิบัติการภาคสนามให้มีความปลอดภัย อันจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรม
การอบรมมีการถ่ายทอดเทคนิคการสืบสวนสอบสวนยุคใหม่ เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการสอบสวนสืบสวนมาร่วมเติมเต็มความรู้ นำโดย ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน หรืออัยการเอฟบีไอ ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ "รองจ๋อ -สารวัตรแจ๊ะ" 2 คู่หูนักสืบชื่อดัง, นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี ผู้เชี่ยวชาญทำคดีฟอกเงิน รวมถึง วิทยากรจาก DSI, ป.ป.ส., ปอท.
ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ซึ่งได้บรรยาย เกี่ยวกับระเบียบที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานด้านการสอบสวน การเข้าร่วมสอบสวน งานอำนวยความยุติธรรรมชั้นสอบสวน และกรณีศึกษาจากปัญหา อุปสรรคและแนวทางปฏิบัติในกรณีที่ไม่มีระเบียบรองรับ การกำหนดแนวทางการทำงานและการบริหารจัดการคดีร่วมกันอย่างมีเอกภาพการวางแนวทาง การสอบสวนเชิงรุกอย่างเป็นระบบ ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน และเสนอแนะแนวทางแก้ไข
พร้อมย้ำว่างานของอัยการ นอกจากงานประจำเรื่องการตรวจสอบสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวน สั่งคดีว่าความซึ่งเป็นงานปกติ เเต่ตอนนี้อัยการมีงานเพิ่มเติมอีก ก็คืองานด้านการสอบสวน นอกจากอัยการจะมีสำนักงานการสอบสวนกลางใน กทม. ที่รับผิดชอบคดี เรื่องความผิดนอกราชอาณาจักร ,เรื่องการร่วมสอบสวนกับ DSI หรือสอบสวนตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ (พ.ร.บ.อุ้มหายฯ) ซึ่งบังคับใช้มากว่า 3 ปี แต่ในต่างจังหวัด อัยการที่อยู่ในภาคต่าง ๆ ที่มี 9 ภาค ก็จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายพ.ร.บ.อุ้มหายฯด้วย ซึ่งเมื่อใช้มา 3 ปี เริ่มปรากฏชัดว่ามีคดีเกิดขึ้นอยู่มากมาย ไม่ว่าอัยการที่จะต้องทำหน้าที่ในการไปตรวจสอบกำกับการสอบสวนตามกฎหมาย หรืออัยการสอบสวนที่เราใช้คำว่าเป็นพนักงานสอบสวนฝ่ายอัยการ เรามีกฎหมายรองรับ เรามีระเบียบการดำเนินการด้านนี้โดยตรง จากสำนักงานการสูงสุดออกมา แต่สิ่งที่ขาดก็คือประสิทธิภาพหรือความรู้ความเข้าใจในด้านงานสืบสวนสอบสวน ทางสถาบันพัฒนาข้าราชการ ฝ่ายอัยการ หรือ สพอ. เราก็เลยร่วมมือกับสำนักงานการสอบสวน จัดอบรมขึ้นมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นหลักสูตรแรก เรามีแนวนโยบายในแนวความคิดว่า ใครก็ตามที่จะทำหน้าที่ในด้านการสอบสวนคดี ควรจะต้องผ่านหลักสูตรนี้ ดังนั้นเราจึงเชิญวิทยากรที่มีประสิทธิภาพในหลายๆด้าน
อาทิเช่นเราเชิญวิทยากรผู้ที่มีหน้าที่ในการทำหน้าที่สืบสวนคดีอาญา โดยเฉพาะเจาะจงที่มีชื่อเสียงเช่นพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ "รองจ๋อ -สารวัตรแจ๊ะ" 2 คู่หูนักสืบชื่อดัง มีวิทยากรจาก ดีเอสไอ ,ป.ป.ส., ปอท.ซึ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญมีความรู้ด้านต่างๆ ขึ้นมาเราก็มาเติมเต็มให้กับคนที่อบรม ซึ่งมีระดับสูงสุดที่เราเชิญมาก็เป็นระดับรองอธิบดีอัยการภาค มีระดับอัยการพิเศษฝ่ายตามภาคต่างๆโดยเฉพาะ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวนเราเชิญเข้ามาร่วมฟังหมดเลย ยังรวมถึงเจ้าพนักงานคดี ซึ่งถือว่าเป็นผู้ช่วยของอัยการ เราเปิดให้ฟัง โดยใช้การกำหนดกฎเกณฑ์ว่าคนมาฟังก็คือคนที่จะต้องไปทำหน้าที่ในการสอบสวนคดีในอนาคต หลักสูตรนี้ถือเป็นหลักสูตรหลักต่อไป
เนื้อหาบรรยายวันนี้ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบงานสอบสวนโดยตรงมานาน ก็จะบรรยายให้ผู้รับฟังรู้จักหรือรู้เห็น หรือว่าเข้าใจถึงความผิดนอกราชอาณาจักรซึ่งการสอบสวนในความผิดนอกราชอาณาจักร ที่อัยการมีอำนาจสอบสวนเป็นอย่างไร พร้อมนำตัวอย่างคดีที่เคยมีประสบการณ์มานำมาถ่ายทอด แล้วก็รวมไปถึง พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ 2547 ของ ดีเอสไอ ซึ่งอัยการต้องเข้าไปทำหน้าที่ในการร่วมสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2547 และล่าสุดกฎหมายฉบับสำคัญ คือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ว่าอัยการจะมีหน้าที่ในการสอบสวน และมีหน้าที่ในการตรวจสอบกำกับการสอบสวนด้วย โดยยกปัญหาต่างๆ วิธีการในการทำหน้าที่ทำอย่างไร เนื่องจากตนเป็นคนที่ร่วมสอบสวนตั้งแต่คดีเเรกร่วมสอบสวนกับ ดีเอสไอตั้งแต่ตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษใหม่ๆ วันนี้ก็มารับผิดชอบตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ในฐานะอธิบดีอัยการสำนักงานสอบสวน และเป็น ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯในกรุงเทพฯด้วย ถือว่าทำหน้าที่ทั้งสอบสวนคดี และตรวจสอบกำกับการสอบสวน
คาดหวังว่า อัยการสอบสวนที่มาร่วมฟังเวลาตรงนี้จะได้ประโยชน์นำไปใช้ได้ เราดูจากคนที่ฟังบรรยายเลยทราบว่าบางครั้ง เขามีปัญหาจริงๆ วันนี้ เขาเดินมาถามเลย ปัญหาของเขา ก็คือเขาได้รับมอบหมายให้เป็น อัยการที่สอบสวนคดีเกี่ยวกับทหารกระทำความผิด ที่ปราจีนบุรี ก็มาถามว่าวิธีการทำอย่างไร ถ้าเราไม่มีการอบรมการบรรยายในลักษณะอย่างนี้ คนที่รับสำนวน ก็จะทำไม่เป็นเลย จะไม่รู้เลยต้องสอบสวนอย่างไร หรือการตรวจสอบกำกับทำอย่างไร ในอนาคตเชื่อว่าจะเป็นภารกิจสำคัญ นอกจากการอำนวยความยุติธรรมเรื่องสั่งฟ้องสั่งไม่ฟ้องแล้วว่าความ อันนั้นถือว่าเป็นงานรูทีนของอัยการหรืองานปกติ แต่งานสอบสวนจะเป็นรูปแบบอีกแบบหนึ่ง
หลังจากนั้นยังมีไฮไลท์ของงานมีการเชิญพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ "รองจ๋อ“พร้อมทีมนักสืบ ขึ้นบรรยาย และสาธิตวิธีการสืบสวนจับกุม พร้อมเทคนิคการเเกะเส้นเงิน จากนายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี อดีตอัยการสำนักงานคดีพิเศษมือทำคดีฟอกเงิน
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่าในการบรรยายว่าเราได้อธิบายให้เห็นภาพ การทำงานของชุดตำรวจว่าเวลาสืบสวนจับกลุ่มขั้นตอนจริง เราทำอย่างไรบ้างมีความเสี่ยงในด้านต่างๆรวมถึงปัจจัยในข้อกฎหมาย โดยเรามีการสาธิตให้พนักงานอัยการมีส่วนร่วมในกิจกรรม รวมถึงข้อติดขัด ในการจับกุม เช่นการ จับกุมผู้หญิงที่เข้าไปในห้องน้ำหญิง เเต่เราเข้าไปจับกุม ไม่ได้เนื่องจากเราไม่มีชุดสืบสวนผู้หญิง หรือ หากเราได้ยินเสียงผู้เสียหายถูกทำร้าย แต่เราไม่มีหมายค้นหมายจับแต่ต้องทำอย่างไร ซึ่ง บางทีเราก็ต้องยอมเสี่ยงเพื่อคุ้มครองประชาชน การบรรยายครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนกับพนักงานอัยการ ที่ได้ ให้ความเห็นถึงการเข้าจับกุมของชุดสืบสวน อาจมีการซุ่มเสี่ยงต่อการผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ก็จะส่งผงทำให้ชุด จับกุมของเราระมัดระวังมากขึ้น นับเป็นการเปิดใจครั้งแรกระหว่างอัยการสอบสวนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ ตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ กับชุดตำรวจที่ลงพื้นที่ทำคดีจริงนับว่ามีประโยชน์มาก
ด้าน นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี ได้ขึ้นบรรยายนำประสบการณ์สมัยที่ทำงานที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ซึ่งเป็นสำนักงานที่ รับผิดคดีสำคัญจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นลักษณะคดีที่มีมูลค่าหลักทรัพย์สูง ความเสียหายจำนวนมาก และพฤติกรรมการกระทำเป็นเครือข่าย ได้ถ่ายทอดเทคนิคในการรวบรวมพยานหลักฐาน คดีฟอกเงิน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูเส้นทางการเงิน ติดตามเส้นทางการเงิน การวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ใช้เป็นแนวทาง ในการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนถูกต้อง สามารถดำเนินคดี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


