พล.ต.อ.สำราญ สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทีมตำรวจ ปกครอง ชุด DOPA N.I.C.E. รวบชายชาวจีนหมายแดง INTERPOL หนีคดีเข้าไทยนานกว่า 3 ทศวรรษ สวมสิทธิเป็นคนไทย ก่อนตั้งตัวทำธุรกิจ ถือครองทรัพย์สินในชลบุรีกว่า 100 ล้านบาท
วันนี้ (13 ก.ย.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ร่วมกันจับกุม นายสุชาติ สุรชัย หรือ Mr. Zhu Zhishan ชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายแดง คนสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัวมากที่สุด และยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 509/2569 ได้ที่บ้านพักใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า คดีนี้ทางการไทยได้รับการประสานทางการจีน ประสานข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทย ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการส่งตัว Mr. Zhishan Zhu บุคคลตามหมายแดง INTERPOL ซึ่งทางการจีนต้องการตัวในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายร่างกายโดยเจตนา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2533 ที่เมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีออกจากจีน และเดินทางเข้ามายังประเทศไทย จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลตามหมายแดงรายนี้ อาจเป็นคนเดียวกับ “นายสุชาติ สุรชัย“ ซึ่งอาจได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายและบุคคลดังกล่าวเคยถือหนังสือเดินทางประเทศไทย จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตรวจสอบข้อมูลว่า Mr.Zhu หรือ นายสุชาติ เคยมีสัญชาติไทย หรือถูกเพิกถอนสัญชาติไทยแล้วหรือไม่
กรมการปกครอง โดยศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงตรวจสอบย้อนหลัง ก่อนพบว่า นายสุชาติ ได้รับการลงรายการสัญชาติไทยโดยมิชอบผ่านกระบวนการลงรายการสถานะบุคคลบนพื้นที่สูงใน อ.พบพระ จ.ตาก และทำบัตรประชาชนไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 จึงดำเนินการเพิกถอนรายการสัญชาติและทะเบียนที่เกี่ยวข้อง พร้อมร้องทุกข์ดำเนินคดี หลังตรวจพบว่า เจ้าตัวยังเคยยื่นขอจัดทำบัตรประชาชนในพื้นที่ อ.บางละมุง ทั้งที่ไม่มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย กระทั่งศาลออกหมายจับและนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การได้มาว่าเคยทำบัตรประชาชนไทยที่ อ.พบพระ จ.ตาก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท ซึ่งประเด็นดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบและขยายผลว่าเงินจำนวนนี้จ่ายให้ใคร มีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องและมีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่
ทั้งนี้ หลังได้สถานะคนไทย ผู้ต้องหาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในประเทศไทยต่อเนื่อง จากงานไกด์และธุรกิจท่องเที่ยวก่อนย้ายมาตั้งหลักในพื้นที่พัทยา มีครอบครัวกับภรรยาชาวจีน และมีบุตรฝาแฝด 2 คน จากข้อมูลการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับบริษัทหลายแห่งและมีอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองในพื้นที่บางละมุง จำนวน 17 แปลง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเส้นทางการได้มาและสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามหมายจับ ส่วนกระบวนการตามคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของทางการจีน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


