"สมีโชติ" อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์มีหนาว "ทิดแย้ม" ยักยอกเงินวัดไร่ขิง จ.นครปฐม ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง สั่งจำคุก 50 ปี
เหตุการณ์คดีดัง สะเทือนผ้าเหลือง ! ที่พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุม พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หลวงพ่อโขติ หรืออดีตพระอติโชติ อายุ 66 ปี ผู้สร้างวัตถุมงคล รุ่น"เหนือดวง" อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.2569 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”และ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”นอกจากจะเป็นที่สนใจของชาวบ้านทั่วไปแล้ว ยังฮือฮาในโลกโซเชียลด้วย เมื่อตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด บังเอิญมีคลิปหลุดที่เป็นเหตุการณ์อดีตพระอติโชติสพเมถุนกับสีกา
ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45 กำหนดให้พระภิกษุมีฐานะเป็น "เจ้าพนักงาน" ตามประมวลกฎหมายอาญา
ข้อหากระทำผิดฐานเบียดบังทรัพย์ของวัดเป็นของตนเองโดยทุจริต จะเข้าข่ายมาตรา 147 ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต และความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช.มาตรา 172 มีโทษจำคุก 1-10 ปี ข้อหาตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 และ 9 กรณีสมคบกันฟอกเงิน มีโทษจำคุก 1-10 ปี
เมื่อเร็วๆนี้ มีคดีดังที่อดีตพระ ยักยอกเงินวัดที่มีสีกาเข้ามาพัวพัน และศาลพิพากษาจำคุกแล้วคือ ทิดแย้มอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง กับสีกาเก็น นายหน้าเว็บพนันออนไลน์ คดีดังกล่าวตำรวจระบุว่ามีความเสียหายประมาณ 2,000 ล้านบาท
ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21เม.ย.2569
โดยอัยการยื่นฟ้องอดีตพระธรรมวชิรานุวัตร หรือทิดแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง กับพวกรวม 5 คน ในความผิดฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเพิพากษาว่าทิดแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง กระทำความผิดตามฟ้อง จำคุกเป็นเวลา 50 ปี และให้ชดใช้เงินคืนแก่วัดจำนวน 28 ล้านบาท ซึ่งเป็นคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ส่วนรายอื่น ได้แก่ น.ส.อรัญญาวรรณ หรือ “สีกาเก็น” นายหน้าเว็บพนันออนไลน์ อดีตพระมหาเอกพจน์ และ พ.จ.อ.ฉัตรชัย ผู้รับโอนเงินจากอดีตเจ้าอาวาส ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 8 ปี ขณะที่ น.ส.พชรพร หรือ “เตย” ผู้ใกล้ชิดอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งดูแลกิจการเช่าพื้นที่ภายในวัด ศาลยกฟ้อง
สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2568 หลังมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบการเงินของวัดไร่ขิง เนื่องจากพบความผิดปกติในการบริหารเงินบริจาค และมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต
ต่อมาตำรวจได้แฝงตัวเข้าไปเป็นพระลูกวัดเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการและการบริหารจัดการเงินของวัด ก่อนพบหลักฐานว่าพระธรรมวชิรานุวัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในขณะนั้น ได้นำเงินของวัดและเงินมูลนิธิไปใช้จ่ายนอกวัตถุประสงค์ ระหว่างปี 2564-2567 รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบการโอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.อรัญญาวรรณมากกว่า 63 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีพระมหาเอกพจน์กว่า 113 ล้านบาท และโอนเข้าบัญชีนายฉัตรชัยอีกกว่า 63 ล้านบาท
จึงเป็นที่สนใจว่าในที่สุดแล้ว อดีตพระอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ กับสีกา ที่ถูกตำรวจกองปราบจับกุมดำเนินคดี จะจบลงอย่างไร แต่เชื่อว่าคดีดังสะเทือนเลื่อนลั่น วงการผ้าเหลืองคงไม่จบลงเพียงเท่านี้เป็นคดีสุดท้ายแน่นอน


