xs
xsm
sm
md
lg

รวบ 2 ดีเอสไอ เครือข่าย 'จ่าพิชิต'เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น เหยื่อ 701 ราย สูญเงินรวม 55 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - บช.ก.-ป.ป.ช. -ป.ป.ท. แถลงผลรวบ 2 ดีเอสไอ เครือข่าย 'จ่าพิชิต'เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น พบเหยื่อ 701 รายสูญเงินรวม 55 ล้านบาท

วันนี้ ( 11 ก.ย.) ที่ กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 16.30 น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. ร่วมกับ นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อํานวยการสํานักสืบสวนและกิจการพิเศษ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ร่วมแถลงผลจับกุม นายอิทธิพล หรือ วิกเตอร์ อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชํานาญการ กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ นายอนุรักษ์ฯ หรือ ดร.ต่อ อายุ 46 ปี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชํานาญการพิเศษ กรม
สอบสวนคดีพิเศษ ทั้งสองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 3 ข้อหา “เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสําหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทําการหรือไม่กระทําการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลใด” โดยจับกุม นายอิทธิพล ได้บริเวณลานจอดรถของ กรมสอบสอนคดีพิเศษ จังหวัดชลบุรี ส่วน นายอนุรักษ์ จับกุมได้บริเวณกรมสอบสอนคดีพิเศษ กรุงเทพมหานคร

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. ได้จับกุม นายประวิทย์ฯ หรือ“นายกเฮง” และ นางนวพร ผู้ต้องหาร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้เสียหายจํานวน 650,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบแข่งขันและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้

พล.ต.ต.ประสงค์ กล่าวว่า จากการสอบสวนขยายผล นายกเฮง ให้การซัดทอดว่าได้รับการติดต่อชักชวนจาก นายอิทธิพล เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งกล่าวอ้างว่าได้รับโควตาจาก จ่าสิบตรีพิชิต ทั้งพรม ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี และเครือข่ายที่เป็นผู้มีอํานาจเกี่ยวข้องกับการจัดสอบ หรือที่เรียกว่า “บอส” สามารถช่วยเหลือบุคคลให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้โดยให้พยานจัดหาบุคคลที่สนใจสมัครสอบ
ต่อมา นายอิทธิพล ได้นัดหมายให้ นายกเฮง และพยานพบกับ นายอนุรักษ์ พร้อมแนะนําว่านายอนุรักษ์ เป็นหุ้นส่วนของ “บอส” หลังจากพูดคุยตกลงกันแล้ว จึงมีการนัดหมายส่งมอบเงินที่เรียกรับมาจากผู้สมัครสอบจํานวน 701 ราย พร้อมรายชื่อบุคคลที่ประสงค์จะสอบบรรจุเข้ารับราชการ

พล.ต.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นให้ห้วงเดือนพฤศจิกายน นายกเฮง และพยานได้นําเงินที่เรียกรับจากผู้สมัครสอบ 701 รายส่งมอบให้นายอิทธิพล และนายอนุรักษ์ จํานวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 55 ล้านบาท เพื่อเป็นค่ามัดจําจากพยานหลักฐานดังกล่าว พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จึงยื่นคําร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนําตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมดรู้จักกันมานาน โดยผู้ต้องหาทั้งสองรายกระทำความผิดในนามส่วนตัวไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่หรือตำแหน่งของหน่วยงานดีเอสไอแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากประชาชนรายใดเคยได้รับความเสียหายจากการถูกเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือการทุจริตเกี่ยวกับการสอบ ขออย่าเกรงกลัวต่ออิทธิพลของผู้กระทําผิด สามารถเข้าพบและให้ข้อมูลต่อ บก.ปปป.เจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ คุ้มครองผู้เสียหาย และดําเนินคดีกับผู้กระทําผิดอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย

ด้าน นายภูมิวิศาล กล่าวว่า คดีนี้ทาง ปปท.ปปช.และตำรวจสอบสวนกลางได้บูรณาการณ์ทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ เห็นว่าเมื่อหลักฐานสาวไปถึงใครก็จะดำเนินคดีโดยไม่มีการละเว้น แม้จะมีตำแหน่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม ซึ่งหลังจากนี้จะหารือร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องการโกงสอบเข้ารับราชการขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเป็นการสอบคัดเลือกของหน่วยงานไหนก็ตาม เรื่องลักษณะนี้จะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทยอีก