เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 กันยายน 2569 พ.ต.ท.ศิโรจน์ แนบเนียน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาตลาดไท ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยได้เงินสดไปจำนวน 1.5 ล้านบาท จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง, พ.ต.ท.กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง, พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบพนักงานธนาคารยังคงอยู่ในอาการตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยพฤติการณ์ของคนร้ายว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาย รูปร่างสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า (ไอ้โม่ง) สวมเสื้อสีแดง และใส่ถุงมือ ได้บุกเดี่ยวเข้าไปในธนาคารในช่วงเวลาประมาณ 5 นาทีก่อนที่ธนาคารจะปิดทำการ เมื่อเข้าไปด้านใน คนร้ายได้ใช้ท่อนเหล็กขัดประตูไว้เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาได้ จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติกข่มขู่พนักงาน ซึ่งขณะนั้นมีพนักงานธนาคารอยู่ 5 คน และผู้ตรวจสอบอีก 1 คน
คนร้ายได้บังคับข่มขู่เอาเงินที่เคาน์เตอร์ไปได้ประมาณ 5 แสนบาท ก่อนจะบังคับให้พนักงานพาไปเปิดตู้เซฟและกวาดเงินสดไปอีก 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่คนร้ายได้ไปทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาท หลังก่อเหตุ คนร้ายได้ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ขม 8353 สงขลา หลบหนีไป
ด้าน พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า คนร้ายเป็นชาย ใช้รถยนต์เป็นยานาหนะเข้ามาคนเดียว สวมใส่หมวกไอ้โม่ง รูปร่างผอมสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อสีแดง สวมถุงมือ ขณะเกิดเหตุธนาคารใกล้ปิดทำการ เมื่อคนร้ายเข้าไปในธนาคารแล้วก็ใช้ท่อนเหล็กขัดประตู เพื่อไม่ให้คนเข้ามาด้านในธนาคารได้ และใช้อาวุธปืนข่มขู่
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าคนร้ายได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปจุดไฟเผาทิ้งบริเวณลานดิน ริมถนนพหลโยธินขาเข้า ตรงข้ามไปรษณีย์คลองหลวง สภาพรถถูกไฟไหม้เสียหายหมดทั้งคัน จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อช่วยสกัดจับคนร้ายแล้ว ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามว่าคนร้ายใช้เส้นทางใด และมีผู้ร่วมขบวนการมารับเพื่อหลบหนีต่อไปหรือไม่
ในเวลาต่อมา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มาถึงที่เกิดเหตุ และได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดสอบปากคำพยานบุคคล และให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจสอบตัวเลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ของคนร้ายคันก่อเหตุเพื่อหาชื่อผู้ครอบครองเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป


