“สมชัย” จี้ กกต. พิจารณาคดีฮั้ว สว.รอบคอบ หวั่นภัยย้อนกลับเข้าหาตัว หากไม่ฟ้องผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เชื่อ 21 รายรอดคดีตามมติอนุฯ ชุด 36 เตรียมร่วมเดินขบวน iLaw 13 ก.ย. ย้ำชุมนุมต้องสงบ
วันนี้ (8 ก.ย.) ที่โรงพยาบาลตำรวจ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี กกต.เตรียมพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. เพื่อมีมติว่าจะส่งฟ้องศาลฎีกาหรือไม่ ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ว่า กกต.ควรใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการพิจารณาสำนวนให้รอบคอบที่สุด แม้จะมีการสรุปเรื่องจากผู้ใต้บังคับบัญชามาแล้วก็ตาม แต่ควรพิจารณารายละเอียดเป็นรายกรณี
นายสมชัยกล่าวว่า จากที่ตนประเมินรายละเอียดทั้งมติของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 มติคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 รวมถึงความเห็นของเลขาธิการ กกต. เชื่อว่าแนวโน้มในวันที่ 14 ก.ย. จะมีการส่งเรื่องฟ้องศาลฎีกาเฉพาะ สว.บางส่วน และบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาอีกจำนวนหนึ่ง แต่ไม่น่าจะมีการส่งฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรค แม้แต่รายเดียว
“กกต.ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะไม่เช่นนั้นภัยจะกลับมาที่ กกต.เอง” นายสมชัยกล่าว
นายสมชัยกล่าวต่อว่า เหตุผลที่เชื่อว่า กกต.จะไม่ส่งฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้ง 21 คน เนื่องจากหากดูมติของคณะกรรมการชุดที่ 26 พบว่า ทั้ง 21 คน ทั้ง สส. รัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรค ถูกชี้ว่ามีความผิดทั้งหมด แต่เมื่อมาถึงชั้นความเห็นของเลขาธิการ กกต. กลับมีความเห็นยกคำร้องทั้ง 21 คน ขณะที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ก็มีมติยกคำร้องทั้งหมดเช่นกัน จึงมีแนวโน้มสูงว่า กกต.จะมีมติยกคำร้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้ง 21 คน
“ในฐานะที่เคยทำงานที่ กกต.มาก่อน จึงอยากแนะนำให้ดูให้ดี หากจะยกคำร้องบางคนก็ไม่มีปัญหา แต่อยากให้พิจารณาคนที่มีหลักฐานการกระทำความผิดอย่างชัดเจน เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นเรื่องแน่ ดังนั้นอยากให้ กกต.ทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ และสามารถชี้แจงต่อประชาชนได้” นายสมชัยกล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการแจ้งความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ขณะนี้มีคนเตรียมแจ้งอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว และเชื่อว่าผู้ที่มีเอกสารการประชุมมีมากกว่า 100 คน ไม่ได้มีเพียงตนเองคนเดียว
ส่วนกรณีที่ สว.บางคนอ้างว่าไม่ได้เห็นหรือไม่ได้ต้องการเป็น สว. แต่มีคนช่วยให้ได้รับเลือกนั้น นายสมชัยกล่าวว่า เป็นการตีกรอบของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งเป็นการตีความที่ผิดไปจากกฎหมาย หาก กกต.ยึดแนวทางดังกล่าว ก็ต้องรับผิดชอบ เช่นเดียวกับคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่ร่วมลงมติ ก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน
สำหรับกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เตรียมจัดการชุมนุมหากมติการสั่งฟ้องคดีฮั๊ว สว.เป็นไปตามแนวทางของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 นายสมชัยกล่าวว่า จะจัดชุมนุมหรือไม่ขึ้นอยู่กับมวลชนว่าถึงคราวจำเป็นหรือไม่ แต่ส่วนตัวไม่สนับสนุนการลงถนน เพราะอาจนำไปสู่สถานการณ์รุนแรงและควบคุมไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเคลื่อนไหวภายใต้กรอบกฎหมายและเป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีเวทีหรือเครื่องเสียง น่าจะเป็นแนวทางที่ดีกว่า โดยยกตัวอย่างการเคลื่อนไหวของ iLaw ที่เตรียมเดินขบวนในวันที่ 13 ก.ย. จากลาดพร้าวไปยังมาบุญครอง ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวโดยสงบของภาคประชาชน และนายสมชัยระบุว่าจะเข้าร่วมด้วย เพราะเห็นว่าเป็นแนวทางที่ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง


