xs
xsm
sm
md
lg

“สมชัย” หวั่นถูกทำร้ายซ้ำ เตรียมยื่นถอนประกัน “ณัฐวุฒิ” เปิดปมอดีตคู่กรณี อ้างเคยข่มขู่ รปภ. พร้อมปืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“สมชัย” ตรวจร่างกาย รพ.ตำรวจ ประกอบคดีถูกผลักล้ม เตรียมยื่นขอถอนประกัน “ณัฐวุฒิ” อ้างหวั่นถูกทำร้ายซ้ำ แต่ไม่หวั่นถูกแจ้งความกลับ พร้อมโต้ปมคลิป AI ชี้เหตุการณ์มีกล้องสื่อหลายช่องจับภาพ เปิดข้อมูลพฤติกรรมคู่กรณี เคยข่มขู่ รปภ. พร้อมอาวุธปืน

วันนี้ (8 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงพยาบาลตำรวจ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินทางเข้าพบแพทย์นิติเวช เพื่อตรวจร่างกายและขอใบรับรองการตรวจร่างกาย นำไปประกอบการดำเนินคดีกรณีถูกนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผลักจนล้มบริเวณหน้า สน.ทองหล่อ โดยนายสมชัย ปั่นจักรยานจากบ้านพักมายังโรงพยาบาลตำรวจ เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

หลังเดินทางมาถึง นายสมชัยเปิดให้ผู้สื่อข่าวดูรอยถลอกบริเวณหัวเข่าข้างขวา พร้อมเปิดเผยว่า เดินทางมาตามที่ สน.ทองหล่อประสานขอเอกสารยืนยันอาการบาดเจ็บจากแพทย์นิติเวช เพื่อใช้ประกอบการสรุปสำนวนคดีส่งฟ้อง โดยก่อนหน้านี้เคยเดินทางมาแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.ย. แต่ตรงกับวันหยุด ทำให้แพทย์นิติเวชไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ จึงนัดหมายให้มาตรวจอีกครั้งในวันนี้


นายสมชัยกล่าวว่า ตั้งใจเดินทางมาแต่เช้าเพื่อให้กระบวนการดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว และไม่ต้องการให้ขั้นตอนของ สน.ทองหล่อ เกิดความล่าช้า

สำหรับอาการบาดเจ็บโดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลเริ่มแห้งและตกสะเก็ด มีอาการคันเล็กน้อย เป็นเพียงแผลถลอกและมีเลือดออกเล็กน้อย ส่วนจะต้องเอกซเรย์หรือตรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระดูกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

ส่วนกรณีที่คู่กรณีอ้างว่าคลิปเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่เป็นภาพที่ถูกตัดต่อด้วยระบบ AI นายสมชัยกล่าวว่า คงต้องสอบถามจากสื่อมวลชนหรือผู้สื่อข่าวที่เป็นผู้ถ่ายภาพและนำเสนอ เนื่องจากวันเกิดเหตุมีสื่อหลายสำนักอยู่ในพื้นที่และภาพมาจากกล้องของสื่อหลายช่อง จึงไม่ทราบว่าการถ่ายทอดสดสามารถใช้ AI ตัดต่อภาพเหตุการณ์ได้หรือไม่

นายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีที่คู่กรณีเตรียมแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยอ้างว่ามีทีมงานบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ทุกมุมว่า ได้เปิดภาพถ่ายจากสื่อมวลชนให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นทีมงาน โดยภาพในช่วงเกิดเหตุพบว่าบุคคลดังกล่าวกำลังพูดโทรศัพท์ และไม่ได้ยกโทรศัพท์ขึ้นบันทึกภาพเหตุการณ์ ก่อนจะเดินไปกระซิบพูดคุยกับตำรวจ 3 นายที่เข้ามาในพื้นที่ จากนั้นตำรวจจึงค่อยๆ เข้ามาแยกคู่กรณีออกจากกัน

นายสมชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่าจะถูกทำร้ายอีกหรือไม่ พร้อมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมในอดีตของคู่กรณี โดยระบุว่า จากการตรวจสอบพบเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2566 ซึ่งเคยมีคลิปข่าวทางโทรทัศน์รายงานกรณีลูกบ้านของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย 2 ทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) หลังไม่มีบัตรผ่านเข้าหมู่บ้าน และมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงข่มขู่ โดยอ้างว่าเป็นอัยการและภรรยาเป็นตำรวจระดับผู้กองในพื้นที่

นายสมชัยระบุว่า หลังจากขับรถผ่านเข้าไปในหมู่บ้านแล้ว บุคคลดังกล่าวยังขับรถย้อนกลับมาชี้หน้าข่มขู่ รปภ. พร้อมพูดในลักษณะว่า “มึงจำไว้เหอะ กูไม่จบ” ก่อนที่ในช่วงกลางคืนจะย้อนกลับมาพร้อมอาวุธปืน 1 กระบอกเพื่อข่มขู่ ทำให้ รปภ. เกิดความหวาดกลัวต่อชีวิตและความปลอดภัย จนตัดสินใจลาออกในเวลาต่อมา

นายสมชัยกล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2566 รองอัยการสูงสุดได้แถลงข่าวชี้แจงว่า บุคคลที่กล่าวอ้างดังกล่าวไม่ได้เป็นอัยการ แต่เป็นอดีตข้าราชการอัยการที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการตั้งแต่ช่วงปี 2561-2562 จากกรณีมีพฤติการณ์รับสินบนในคดีเลือกตั้ง และปลอมแปลงเอกสารเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดียาเสพติด โดยนายสมชัยระบุว่า แม้ข้อมูลดังกล่าวจะไม่ได้เปิดเผยชื่อ แต่จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบเชื่อว่าเป็นบุคคลเดียวกัน

นายสมชัยกล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ตนกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมองว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง และมีการใช้อำนาจข่มขู่คุกคาม รวมถึงการใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ จึงได้มอบหมายให้ทนายความเตรียมทำหนังสือยื่นต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้พิจารณายื่นเรื่องถอนประกันตัวคู่กรณี โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน

“พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ชอบใช้อำนาจข่มขู่คุกคามผู้อื่น และมีการใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ทำให้ผมเกิดความกังวลและวิตกต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตของตนเองเป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้ทนายความเตรียมทำหนังสือยื่นต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้พิจารณายื่นเรื่องถอนประกันตัวคู่กรณี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทาง สน.ทองหล่อ แต่หากปล่อยไว้แล้วเกิดเหตุมายิงผมบาดเจ็บ สน.ทองหล่อก็ต้องรับผิดชอบ” นายสมชัย กล่าว


เมื่อถามถึงคำกล่าวอ้างของคู่กรณีที่ระบุว่า สาเหตุเกิดจากการถูกจั๊กจี้จนเผลอไปโดนแฮนด์จักรยาน นายสมชัยปฏิเสธที่จะลงรายละเอียด โดยระบุว่าไม่ขอตอบในประเด็นดังกล่าว และขอให้สังคมและประชาชนที่ได้ชมคลิปเหตุการณ์เป็นผู้พิจารณาเองว่าเหตุผลดังกล่าวฟังขึ้นหรือไม่

ส่วนกรณีที่คู่กรณีเดินทางไปร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสถานีตำรวจหลายแห่งและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายสมชัยกล่าวว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย หากตนทำผิดก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ ส่วนการที่คู่กรณีจะไปร้องเรียนหน่วยงานใดถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ตนไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมากนัก เพราะยังมีประเด็นข่าวสารบ้านเมืองอื่นที่สำคัญกว่า

นายสมชัยยืนยันว่า จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถึงที่สุด ก่อนขอตัวเข้าพบแพทย์นิติเวชตามนัดหมาย