xs
xsm
sm
md
lg

เดือดแต่เช้า! นักศึกษา 2 สถาบันยกพวกตีกันกลางชานชาลา BTS สยาม หลังเปิดเรียนวันแรก ตร.เร่งไล่กล้องล่าตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ขอบคุณภาพ : firstfnn
นักศึกษา 2 สถาบันยกพวกตีกันบนชานชาลา BTS สยาม หลังกลับมาเรียน On-site วันแรก ตำรวจเร่งไล่กล้องวงจรปิดล่าตัวผู้ก่อเหตุ ดำเนินคดีฐาน ร่วมกันทำร้ายร่างกาย

วันนี้ (7 ก.ย.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นบริเวณชานชาลารถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม หลังกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ ท่ามกลางความตกใจของผู้โดยสารจำนวนมากที่กำลังเดินทางไปทำงานและเรียนหนังสือ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งอยู่บริเวณชานชาลาพอดี ได้เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวันและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ประจำสถานี BTS ได้เข้าระงับเหตุและควบคุมสถานการณ์จนกลับเข้าสู่ความสงบ โดยล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว และการให้บริการรถไฟฟ้ากลับเข้าสู่ภาวะปกติ


ด้านพล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ที่ผ่านมา รับแจ้งเหตุนักศึกษา 2 สถาบัน ก่อเหตุทำร้ายร่างกายกันบริเวณชั้น 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม แต่ละฝ่ายมาประมาณ 10-20 คน โดยฝ่ายหนึ่งนั่งรถไฟฟ้ามาเพื่อเปลี่ยนขบวน ก่อนมาเจอกับนักศึกษาต่างสถาบันบริเวณชานชาลา จนนำไปสู่เหตุทะเลาะวิวาท

เหตุครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักศึกษาทั้ง 2 สถาบันเคยก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันบนสกายวอล์ก สถานีรถไฟฟ้า ทำให้ตำรวจ สน.ปทุมวัน และ บก.น.6 วางมาตรการดูแลพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทั้ง 2 สถาบันปรับการเรียนเป็นระบบออนไลน์ตลอด 1 สัปดาห์ และวันนี้เป็นวันแรกที่กลับมาเรียนแบบ On-site

ปกติทั้ง 2 สถาบันจะจัดเวลาเดินทางเข้าเรียนเหลื่อมกันมากกว่า 1 ชั่วโมงเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่วันนี้กลับมาในช่วงเวลาเดียวกันพอดี ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นความตั้งใจของฝ่ายใดหรือไม่

แม้ตำรวจจะวางกำลังดูแลสถานีทั้งช่วงเช้าและเย็น แต่ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังพล มีเจ้าหน้าที่ประจำแต่ละชั้นเพียง 1-2 นาย ทำให้การเข้าระงับเหตุกลุ่มนักศึกษาจำนวนมากเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกันได้สำเร็จ

เบื้องต้นสั่งฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ เพื่อพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐาน“ร่วมกันทำร้ายร่างกาย” หากพบผู้กระทำผิดชัดเจน จะดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับตามขั้นตอนต่อไป