xs
xsm
sm
md
lg

“ทนายตั้ม” ขับเจ็ตสกี! ร้อง ดีเอสไอ สอบ “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้” ไม่โปร่งใส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - “ทนายตั้ม” สวมชูชีพ ขับเจ็ตสกี บุกยื่น ดีเอสไอ ตรวจสอบ “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้” เปิดบริษัทนอมินี - ซื้อเสื้อเกราะแพงเกินจริง - หาบัญชีม้ารับโอนเงิน

วันนี้ (7 ก.ย.) เวลา 10.00 น. ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เดินทางมาขอยื่นหลักฐานต่อ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบ “กัน จอมพลัง” และ “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้“ กรณีใช้จ่ายเงินบริจาคไม่โปร่งใส มีการเปิดบริษัทนอมินีมารับงานกินส่วนต่าง ซื้อเสื้อเกราะราคาแพงกว่าท้องตลาด มีการให้พนักงานหาบัญชีม้าเพื่อรับโอนเงินผิดกฎหมาย และเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นคดีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ในคดีฟอกเงินจากเว็บพนันออนไลน์ หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ทนายตั้ม” ได้ขับรถจักรยานยนต์ดัดแปลงคล้ายเหมือนการขับเจ็ตสกีสีส้มพร้อมสวมเสื้อชูชีพ เข้ามาถึงด้านหน้าอาคารดีเอสไอ ก่อนขับวนหอพระพุทธวิชัยอภัยมารนิราศ 1 รอบ และจอดเจ็ตสกีให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ 

นายษิทรา เปิดเผยว่า วันนี้ตนขับเจ็ตสกีผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้บางคนมองว่าเป็นคอนเทนต์แต่อยากให้ประชาชนสนใจแค่ 30 % ก็พอ เพราะอยากให้สนใจเนื้อหาที่มากกว่า โดยเรื่องช่วยเหลือคนตาบอดให้ได้รับโควตาหวย และขอให้มีการตรวจสอบมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ เพราะมีข้อมูลหลั่งไหลมาจากคนใกล้ตัว ซึ่งคนทำงานกับนายกันว่าไม่มีการโอนจ่ายเงินเดือน แต่จ่ายเป็นเงินสดแทน เพื่อไม่ให้มีเส้นทางการเงิน ทั้งยังมีการหาบัญชีม้าจากญาติพี่น้องคนทำงาน โดยบัญชีราคาละ 5,000 บาท เพื่อให้รับโอนเงิน ซึ่งหากมันเป็นเงินที่ถูกกฎหมายก็คงไม่เป็นอะไร พร้อมฝากถามนายกัน ว่ารู้จัก นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว หรือไม่


นายษิทรา เผยว่า ตนมีหลักฐานเรื่องของเงิน 10 ล้านบาทที่ถูกโอนเข้าบัญชีเลขานุการของภรรยานายกัน อย่าตกใจ หรือร้องไห้ไปก่อน เพราะวันนี้ตนเอาหลักฐานทั้งหมดมามอบให้ดีเอสไอแล้ว นอกจากนี้ สิ่งที่คุณพยายามพูดตลอดว่าพร้อมให้ตรวจสอบ ตนอยากถามว่าจะให้ตรวจสอบอย่างไร ในเมื่อมีคนถามไปคุณก็บล็อก แถมยังไม่เคยเอาเอกสารมาชี้แจงเลย หรือแม้เอาเอกสารมาชี้แจง คุณก็ห้ามทุกคนเปิดเผย ตนจึงอยากให้คนที่รัก “กัน จอมพลัง” เปิดใจมาฟังตนและกระตุกฟังสักนิดว่าบัญชีของมูลนิธิฯ ไม่ใช่แค่แสดงว่ารับและจ่ายเท่าไร แต่ถ้าจะดูเรื่องการทุจริต จะดูแค่เงินเข้าออกเท่าไรไม่ได้ แต่ต้องดูว่าเงินมีการโอนออกไปให้บริษัทใดหรือไม่ แล้วได้รับส่วนต่างกำไรเท่าไร

นายษิทรา เผยต่อว่า เรื่องของชุดเกราะ ตนสังเกตว่านายกัน ยังไม่มีปัญญามาตอบเลย เพราะคุณไม่กล้าตอบใช่หรือไม่ เพราะตอบอย่างไรก็ตอบไม่ได้อยู่แล้ว อีกทั้งเรื่องชุดเกราะ Level 4 ขายกัน 6,990 บาท มีทั้งหน้า-หลัง แถมถ้าสั่งผลิตจากเมืองจีนยังถูกกว่านี้อีก อาจจะราคา 2,000-3,000 บาทเท่านั้น แต่คุณเอามาโชว์ว่าซื้อมาแค่ 6,000 บาทเป็นกรอบแค่ด้านเดียว และยังอ้างการเป็นบุญคุณแก่ประเทศชาติอีก แต่แพงกว่ากว่ากันเท่าตัว ถ้าคุณจะทำคุณก็ทำไป แต่การทำความดีต้องตรวจสอบได้ ที่สำคัญตนไม่เคยไล่ต่อยตีกับเด็กแว๊นหรือเด็กสก๊อยส์เลย

นายษิทรา กล่าวอีกว่า ตนอยากถามว่ากรณีของ ”หนุ่ม กรรชัย“ ที่บริจาค 1-2 ล้านบาท เห็นไม่เคยเอาชื่อไปสกรีนเพราะคนทำความดีไม่ต้องเอาหน้า แล้วประเด็นของคนส่งทราย ส่งหินให้คุณฟรี เขาอยากจะดูว่าคุณต้องเอารายการพวกนี้ไปรับของบริจาคแล้วไปซื้อที่ไหนอีกหรือไม่ ฉะนั้น วันนี้คุณต้องถูกตรวจสอบแล้วจะมาอ้างไปทั่วไม่ได้ ตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่เขาอยากรู้ความจริงว่า “กัน จอมพลัง” เป็นคนดี หรือว่าเป็นปีศาจกันแน่ ฉะนั้น ขอให้ออกมาตอบโต้เลยว่าเสื้อเกราะของคุณ ทำไมมันถึงแพงกว่าชาวบ้านเขา แล้วมีการจ่ายเงินค่าอะไร อย่างไรบ้าง เพราะว่าตนจะให้ทางดีเอสไอตรวจสอบต่อเลยว่าบริษัทนั้นเป็นนอมินีของคุณหรือไม่


นายษิทรา เผยอีกว่า ส่วนคลิปลับที่มอบให้กับดีเอสไอ คือรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของนายกันสังเกตว่าเวลานายกันไปทำงานลงพื้นที่จะใช้รถ 3 คัน โดยมีรถคันของบอดี้การ์ด จะเป็นทีมที่ไปคอยรับเงินต่างๆ เพื่อไม่ให้นายกันต้องจับเงินโดยตรง รวมถึงตอนนี้เริ่มมีการข่มขู่พยานเกิดขึ้นแล้ว เพราะคอนเน็คชั่นของเขาแทบจะทุกหน่วยงานเลย นอกจากนี้อยากถามนายกัน ว่ารู้จักและจำร้านทองบางแสนได้หรือไม่ ตนขอบอกแค่นี้ เพราะอาจจะทำให้เขากลัวขี้แตกแล้วก็ได้

“นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญเรื่องที่นายกัน ใช้บริษัทกลางไม่ต่ำกว่า 5 แห่งมาใช้รับเงินรับงานแทนบริษัทจริงของเขา ซึ่งพฤติกรรมของบริษัทกลางที่รับงานแทนเหล่านี้ ก็มักใช้รายชื่อของพรรคพวกคนรู้จักไว้ใจกันมานั่งเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น โดยไม่ให้มีชื่อของ กัน จอมพลัง ไปอยู่ในบริษัทนั้นๆ และเท่าที่ติดตามข่าวมา ก็พบอีกว่ามูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ไม่มีการใช้ชื่อตัวนายกันเองเป็นกรรมการในมูลนิธิฯ เลย แต่เพิ่งจะมาเปลี่ยนตอนหลังเพื่อเซฟตัวเอง”