MGR Online - ตำรวจ ปปป.เผยตรวจสอบแล้วไม่พบ "รัฐมนตรี" เอี่ยวขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น - ด้าน"นายกเฮง"เตรียมมอบหลักฐานมัด 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมโกง!
วันนี้ ( 4 ก.ย.) รายงานข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวน บก.ปปป. เกี่ยวกับ กรณีที่มีกระแสข่าวลือว่า มีรัฐมนตรี ในรัฐบาลรายหนึ่งอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยรับทราบข้อมูลดังกล่าวจากการสอบปากคำ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และอดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ที่ถูกตำรวจ บก.ปปป. จับกุมในคดีเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นไปก่อนหน้านี้ ซึ่งครั้งนั้นมีการกล่าวอ้างถึงเรื่องดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงยังไม่พบข้อมูลหรือหลักฐานเชื่อมโยงแต่อย่างใด เป็นการกล่าวอ้างแบบลอย ๆ ในลักษณะฟังผู้อื่นบอกต่อมาอีกทอดหนึ่ง ข้อมูลดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักหรือขาดความน่าเชื่อถือ
ส่วนกรณีข่าวลือที่อ้างว่า นายประวิทย์ นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น และไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ แต่ถูกจับเพราะถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ยืนยันว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยยึดข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ปรากฎเป็นหลัก ไม่มีนัยยะทางการเมืองแอบแฝงแต่อย่างใด
รายงานแจ้งอีกว่า พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้นัดหมายให้นายประวิทย์ เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีที่ บก.ปปป. แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอเปลี่ยนสถานที่นัดหมาย ทำให้นายประวิทย์ไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ บก.ปปป. ตามกำหนดเดิม
รายงานระบุว่า นายประวิทย์เตรียมนำ หลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินและข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี มอบให้พนักงานสอบสวน โดยข้อมูลดังกล่าวมีการกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI จำนวน 2 คน ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ต้องหาคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
สำหรับหลักฐานดังกล่าวถูกระบุว่าอาจเชื่อมโยงไปถึง นายวิน ธนพชรโภคิน และ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือ “จ่าพิชิต” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตโกงสอบ และขณะนี้ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยหากพยานหลักฐานสามารถเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ ก็อาจทำให้แนวทางการสืบสวนไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตการสอบมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ มีรายงานว่า นายประวิทย์เตรียมนำ พยานสำคัญซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ DSI ทั้ง 2 คน เข้าให้ปากคำกับตำรวจ บก.ปปป.ด้วย โดยพยานรายดังกล่าวจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเด็นที่หนึ่งในเจ้าหน้าที่ DSI มีความสนิทสนมกับ “จ่าพิชิต” เนื่องจากเคยเรียนหนังสือมาด้วยกัน
ทั้งนี้ ข้อมูลและพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกนำไปประกอบการสอบสวนของ บก.ปปป. เพื่อพิจารณาถึงความเชื่อมโยงของบุคคลในขบวนการ และขยายผลหาผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นต่อไป โดยยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง


