xs
xsm
sm
md
lg

รวบบอสใหญ่กิมจิเครือข่าย "Lucky Nine" หลอกลงทุน เสียหายกว่า 250 ล้าน หนีหมายจับอินเตอร์โพลกบดานไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ตม.รวบหนุ่มเกาหลีใต้ ตัวการใหญ่ขบวนการ “Lucky Nine” หลอกเพื่อนร่วมชาติร่วมลงทุน อ้างทำธุรกิจคาสิโน ก่อนใช้เงินนักลงทุนรายใหม่หมุนจ่ายรายเก่าคล้ายแชร์ลูกโซ่ ผู้เสียหายกว่า 100 ราย เสียหายกว่า 250 ล้านบาท หนีหมายจับเกาหลีใต้และอินเตอร์โพลกบดานในไทยนานกว่า 1 ปี

วันนี้ (4 ก.ย.) พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 และ พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง สั่งการให้ กก.สส.บก.ตม.6 ประสาน กก.2 บก.สส.สตม. ติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ หลังได้รับการประสานจากตำรวจเกาหลีใต้ให้ช่วยติดตามตัว

เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาคือ Mr. Lim เป็นหนึ่งในตัวการระดับสูงขององค์กร “Lucky Nine” ซึ่งมีศูนย์ดำเนินงานถึง 12 แห่งทั่วประเทศเกาหลีใต้ โดยมีโครงสร้างแบ่งหน้าที่ชัดเจน ทั้งหัวหน้าผู้ประสานงาน ฝ่ายปฏิบัติการไอที นักพัฒนาโปรแกรม รวมถึงฝ่ายการเงินและระดมทุน

พฤติการณ์ของขบวนการจะชักชวนเหยื่อให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจคาสิโน พร้อมจัดระดับนักลงทุนตั้งแต่ “ดาว 1” ถึง “ดาว 7” และเสนอค่าคอมมิชชั่นประมาณ 3-21% ตามจำนวนเงินที่ลงทุน ลักษณะดังกล่าวเป็นการสร้างระบบระดมทุนแบบหลายระดับ

แต่จากการสืบสวนพบว่า เงินที่ระดมได้ไม่ได้ถูกนำไปสร้างผลกำไรจากธุรกิจจริงตามที่กล่าวอ้าง แต่ถูกนำไปใช้ในการพนันคาสิโนออนไลน์ในต่างประเทศ หรือหมุนเวียนนำเงินของนักลงทุนรายใหม่มาจ่ายคืนให้นักลงทุนรายก่อน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับขบวนการ ก่อนที่ระบบจะล่มและสร้างความเสียหายให้กับผู้ลงทุนจำนวนมาก

คดีดังกล่าวมีผู้เสียหายมากกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10,000 ล้านวอน หรือประมาณ 250 ล้านบาทไทย ทำให้ทางการเกาหลีใต้ขึ้นบัญชีผู้ต้องหาเป็นบุคคลสำคัญที่ต้องติดตามจับกุม และมีทั้งหมายจับของประเทศเกาหลีใต้และหมายจับอินเตอร์โพล

จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบไบโอเมตริกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่า Mr. Lim เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ด้วยวีซ่า ผ.90 และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2568

หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการอนุญาต เจ้าตัวไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ แต่หลบซ่อนตามที่พักหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ต ก่อนเจ้าหน้าที่ ตม.6 จะสืบสวนติดตามจนทราบว่า ผู้ต้องหาเดินทางออกจากภูเก็ตและไปกบดานอยู่ภายในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จึงประสาน กก.2 บก.สส.สตม. เข้าร่วมติดตามจับกุม

กระทั่งวันที่ 3 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. เข้าตรวจสอบห้องพักต้องสงสัยในจังหวัดนนทบุรี พบชายลักษณะตรงกับข้อมูลของ Mr. Lim จึงแสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสารเพื่อยืนยันตัวบุคคล


จากการตรวจสอบ Mr. Lim ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศเกาหลีใต้และหมายจับอินเตอร์โพลจริง พร้อมยอมรับว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยสิ้นสุดลงแล้ว และอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดถึง 260 วัน

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นห้องพักโดยได้รับความยินยอม พบโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง บัตรเครดิต 2 ใบ แท็บเล็ต 1 เครื่อง และของมีค่าอีกจำนวนหนึ่ง จึงตรวจยึดไว้ เนื่องจากเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เพื่อส่งต่อให้ตำรวจเกาหลีใต้ใช้ในการขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่อาจหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว Mr. Lim แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายไทย จากนั้นเมื่อดำเนินคดีในประเทศไทยแล้วเสร็จ จะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อผลักดันตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่มุ่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง

พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และหากพบชาวต่างชาติที่เข้ามาก่อเหตุหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด