อดีตอาสากู้ภัยหึงโหด ขับกระบะไล่ชนอดีตแฟนสาว-ชายคนสนิทดับ 2 ศพ ตำรวจเตรียมออกหมายจับฐานเจตนาฆ่า พบประวัติตามราวี-ข่มขู่ ก่อนก่อเหตุ
จากกรณี นายทรงพล อายุ 28 ปี อดีตอาสากู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่ง ขับรถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของ น.ส.นริสษา อายุ 24 ปี อดีตแฟนสาว และนายเจตพล อายุ 45 ปี ชายคนสนิท จนเสียชีวิตทั้ง 2 ราย เหตุเกิดช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ในพื้นที่ สน.ประชาชื่น
ล่าสุด ช่วงเช้าวันนี้ ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่ สน.ประชาชื่น พบว่าตำรวจได้เคลื่อนย้ายรถทั้ง 2 คันมาเก็บรักษาไว้ในโรงพักในฐานะของกลาง โดยรถจักรยานยนต์ Honda PCX สีดำ ของผู้เสียชีวิต สภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน ขณะที่รถกระบะของผู้ก่อเหตุ ซึ่งติดสติกเกอร์มูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่งบริเวณตัวรถ พบว่าด้านหน้าพังยับ โครงสร้างรถยุบตัวไปถึงห้องเครื่อง และกระจกหน้าแตกเสียหายอย่างหนัก
ด้านความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานแล้ว 4 ปาก พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายงานว่าเตรียมขอศาลออกหมายจับนายทรงพล ในข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น ภายใน 1-2 วันนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังอยู่ในการดูแลของแพทย์ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ เบื้องต้นพบว่ามีอาการตับแตก
จากการสอบปากคำพยาน ตำรวจพบปมเหตุเบื้องต้นมาจากเรื่องความสัมพันธ์ โดยนายทรงพลและ น.ส.นริสษา เคยคบหากันประมาณ 1 ปี ก่อนเลิกรากันและฝ่ายหญิงย้ายกลับมาอยู่กับครอบครัวเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากครอบครัวไม่ยอมรับพฤติกรรมของฝ่ายชาย ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดและทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงเป็นประจำ
หลังเลิกรา นายทรงพลยังพยายามตามง้อขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมกลับไปคบหาอีก นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมตามราวีและข่มขู่เอาชีวิตคนในครอบครัวฝ่ายหญิง
กระทั่งช่วงค่ำคืนเกิดเหตุ มีชาวบ้านในซอยใกล้วัดเลียบราษฎร์บำรุง ภายในซอยกรุงเทพ-นนท์ 43 พบเห็นนายทรงพลขับรถเข้าออกภายในซอยหลายรอบ ก่อนจะนำรถไปจอดดักซุ่มอยู่บริเวณภายในวัด จนเป็นที่ผิดสังเกต
ต่อมาประมาณ 22.00 น. น.ส.นริสษา และนายเจตพล ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายออกมาจากบ้านพัก โดยนายทรงพลได้เปิดสัญญาณไซเรน ก่อนขับรถกระบะไล่ติดตามมาตั้งแต่บริเวณวัด กระทั่งถึงช่วงใกล้ซอยกรุงเทพ-นนท์ 39 มีชาวบ้านได้ยินเสียงท่อรถดัง ก่อนเกิดเหตุรถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ส่งผลให้ทั้ง 2 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ขณะเดียวกัน ตำรวจยังตรวจพบยาบ้าและไอซ์อยู่ภายในรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต โดยพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบและเตรียมพิจารณาแจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดตามพยานหลักฐานที่พบ
ทีมข่าวยังเดินทางไปยังร้านอาหารตามสั่งของครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยคุณเป้ ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงประมาณ 21.00-22.00 น. มีชาวบ้านในซอยสังเกตเห็นผู้ก่อเหตุวิ่งเข้าออกภายในซอยหลายรอบ ก่อนขับรถไปจอดดักซุ่มบริเวณวัด จนกระทั่งผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน ผู้ก่อเหตุจึงเปิดไซเรนและขับรถไล่ตาม ก่อนเกิดเหตุสลดขึ้น
สำหรับปมความสัมพันธ์ ครอบครัวระบุว่า น.ส.นริสษา เคยคบหากับนายทรงพลประมาณ 1 ปี และเคยย้ายไปอยู่บ้านฝ่ายชายย่านสนามบินน้ำ แต่ฝ่ายชายมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดและทำร้ายร่างกาย ทำให้ครอบครัวรับไม่ได้ จึงไปรับตัวฝ่ายหญิงกลับมาอยู่บ้านเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน
หลังจากนั้น นายทรงพลยังพยายามมาตามง้อขอคืนดี และมีการส่งข้อความข่มขู่เอาชีวิตครอบครัวฝ่ายหญิง กระทั่งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. นายทรงพลเคยขับรถกระบะคันเดียวกันพุ่งชนร้านอาหารของครอบครัวจนได้รับความเสียหาย ทำให้ครอบครัวเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ประชาชื่น โดยเดิมพนักงานสอบสวนมีกำหนดนัดสอบปากคำในวันนี้ รวมถึงจะดำเนินการกรณีมีข้อความข่มขู่เอาชีวิต แต่กลับมาเกิดเหตุรุนแรงขึ้นเสียก่อน
ส่วนคุณแม่ของ น.ส.นริสษา ขณะนี้ยังไม่พร้อมให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน เนื่องจากอยู่ในภาวะโศกเศร้าและยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยครอบครัวเตรียมเดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อนำร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเลียบราษฎร์บำรุง
ขณะที่ครอบครัวของนายเจตพล เพิ่งทราบภายหลังว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนคบหากัน โดยก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดคุยหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัว
ส่วนกรณีที่ตำรวจตรวจพบยาเสพติดภายในรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต ครอบครัวยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้พูดคุยหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยทราบเพียงว่าในคืนเกิดเหตุ น.ส.นริสษา ออกไปกับนายเจตพล เนื่องจากฝ่ายชายจะมารับไปซื้อของ
ทั้งนี้ ก่อนออกจากบ้าน ครอบครัวพยายามห้ามปรามแล้ว หลังชาวบ้านแจ้งว่าเห็นนายทรงพลขับรถมาป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณใกล้บ้าน เกรงว่าจะเกิดอันตราย แต่ผู้เสียชีวิตไม่เชื่อฟัง จนสุดท้ายเกิดเหตุสลดดังกล่าว
ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุตามกฎหมายต่อไป


