xs
xsm
sm
md
lg

ศาลอาญาประสานหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม ถกยกระดับรับมือภัยออนไลน์ เอาผิดบัญชีม้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ศาลอาญาประสานหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม เสวนายกระดับเกราะป้องกันประชาชน รับมือภัยออนไลน์เชิงรุก ฉ้อโกงเหลอกโอนงิน เอาผิดบัญชีม้า พร้อมเร่งปิดกั้นเว็บผิดกฎหมาย

วันนี้ (2 ก.ย.2569) เมื่อเวลา 09.30 น. ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ นายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรมของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “กระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์” โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในแทบทุกมิติ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีกลับถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดในรูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ไร้พรมแดน และสร้างความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้าง อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ เทคนิค และวิธีการหลอกลวงอยู่ตลอดเวลาความท้าทายดังกล่าวทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่อาจดำเนินงานในลักษณะแยกส่วนได้อีกต่อไป การป้องกัน ปราบปราม และดำเนินคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างศาล พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานด้านเทคโนโลยี หน่วยงานด้านการเงิน ตลอดจนองค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยออนไลน์และคุ้มครองประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

การสัมมนาในหัวข้อ “กระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์” นับเป็นโอกาสอันดีที่ทุกหน่วยงานจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ ปัญหา และอุปสรรคจากการปฏิบัติงานจริง ตลอดจนร่วมกันแสวงหาแนวทางที่จะทำให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานมีความรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังให้การจัดโครงการครั้งนี้นำไปสู่ข้อเสนอ แนวทางการปฏิบัติ และกลไกการประสานความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม สามารถนำไปต่อยอดในการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน และพัฒนาเป็นเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งต่อไป

ด้านนายรัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา กล่าวเสริมถึงสถานการณ์ในปัจจุบันว่า เหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนร้ายนำเทคโนโลยีมาใช้ฉ้อโกงและเข้าถึงผู้เสียหายได้ง่าย ประกอบกับระบบออนไลน์และการโอนเงินที่รวดเร็วส่งผลให้ความเสียหายขยายตัวสูงขึ้นมาก สิ่งที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่งคือ ผู้เสียหายบางรายไม่รู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อ หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่เจตนา เช่น กรณีบัญชีม้าที่เปิดให้ผู้อื่นยืมไปใช้ หากบัญชีดังกล่าวถูกนำไปใช้ในเครือข่ายอาชญากรรม เจ้าของบัญชีอาจต้องถูกดำเนินคดีหลายฐานความผิดและหลายกรรมที่มีโทษสูง เช่น การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม อาชญากรรมข้ามชาติ ฉ้อโกงประชาชน หรือร่วมกันฟอกเงิน
นอกจากนี้ สถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ศาลอาญาเริ่มจัดตั้งแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในเดือนเมษายน 2567 ปริมาณคดีก็เพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงกับคดียาเสพติด และยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่กระบวนการยุติธรรมต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ในด้านการคุ้มครองประชาชน ศาลอาญามีภารกิจสำคัญในการคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์ นอกเหนือจากการพิจารณาพิพากษาคดีตามปกติแล้ว สิ่งหนึ่งที่ศาลอาญาดำเนินการอย่างเข้มงวดคือการระงับหรือปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ซึ่งในปี 2567 ได้มีการดำเนินการเป็นจำนวนมาก และต่อเนื่องมาในปี 2569 จนถึงเดือนสิงหาคม มีการปิดกั้นไปแล้วกว่า 700,000 URL หรือเฉลี่ยประมาณ 100,000 URL ต่อเดือน
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายจากการคุกคามทางเพศออนไลน์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งระงับหรือนำภาพและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกจากระบบได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งความหรือมีทนายความ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นไปอย่างทันท่วงที สะท้อนว่าบทบาทของศาลยุคดิจิทัลไม่ได้มีเพียงการพิจารณาพิพากษาคดีเท่านั้น แต่ยังมุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ การสัมมนาได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงานร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ ประกอบด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และ ดร.ปิติ ตัณฑเกษม กรรมการสมาคมธนาคาร ซึ่งได้ร่วมกันผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนการประสานความร่วมมือของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม และวางแนวทางการคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

อนึ่ง โครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรมของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เป็นโครงการสำคัญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมราชทัณฑ์ และกรมคุมประพฤติ ให้สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว และเท่าทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๆ ในสังคมยุคปัจจุบัน