เมื่อวันที่ 1 ก.ย.69 น.ส.รัชนก อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนายต้นทหารยศสิบเอก เล่าเรื่องราวที่มาให้ฟังว่า 7-8 ปี ที่แล้วนายเอฟได้มาขออาศัยอยู่ที่บ้านลูกชายของตนภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางกรวย พร้อมกับเมียและลูกวัย3ขวบ ด้วยความสงสารลูกชายจึงให้อาศัยอยู่เพราะสงสารเด็ก ภายหลังนายเอฟมีพฤติกรรมเสพยาบ้า เมื่อลูกชายทราบจึงไล่ออกจากบ้าน นายเอฟมักก่อเรื่องสร้างปัญหาชกต่อยกับคนในหมู่บ้าน ลูกชายก็ยังเข้าไปช่วยอยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นก็แยกย้ายต่างคนต่างอยู่
ต่อมาไม่นานนายเอฟได้ทักแชตมาหาเมียของลูกชายว่าอยากมีอะไรด้วยสักคืน เมื่อนายต้นทราบเรื่องถึงกับพูดกับแม่ว่า "ชายชาติทหารอย่างผมฆ่าได้หยามไม่ได้" แม่ นายต้นจึงได้ออกตามหาตัวนายเอฟเพื่อเคลียร์ใจให้จบ จนเกิดการท้าทายขึ้นมีการนัดต่อยกันระหว่างสองฝ่ายที่ใต้สะพานเจษฎาบดินทร์ตามคลิปที่เห็น16 วินาที โดยตั้งกติกา1.ห้ามแจ้งความ 2.เจ็บก็ไปรักษากันเอง 3.ต่อยจนกว่าจะยกมือยอมแพ้ ผลปรากฎนายต้นชนะนายเอฟ
หลังมวยจบคนไม่จบเมื่อทั้งคู่เจอกันมักด่าทอกันจนเมื่อวันที่13 ส.ค.ลูกชายโทรมาบอก แม่ครับผมกระทืบไอ้เอฟแล้วนะครับ มันมาพูดแซวเหมือนเดิม ทำเอาแม่ตกใจ เพราะลูกชายบอกขอโทษนะแม่ผมใจร้อนไปเพราะมันหลายครั้งแล้ว ผมยอมรับผิดเอง หลังเกิดเหตุนายเอฟได้แจ้งความที่สภ.บางศรีเมือง ในข้อหาทำร้ายร่างกายก่อนมีการเจรจาจ่ายค่าทำแผลเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาทให้กับนายเอฟ พร้อมทั้งตกลงซ่อมรถที่เสียหายไฟหน้าแตก ก่อนลงลายมือชื่อไว้ว่าไม่ติดใจเอาความกันอีกทั้งทางแพ่งและอาญาก่อนแยกย้ายกันกลับ
สิบเอกต้น เล่าว่า ตนกับคู่กรณีมีปัญหากันมานานแล้วก่อนที่ตนจะรับราชการเป็นทหาร แต่ก็ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธ ส่วนมากจะเป็นการพูดจาแขวะกันไปแขวะกันมา แต่สิ่งที่ตนรับไม่ได้ คือนายเอฟได้พูดใส่หน้าตนเองในวันเกิดเหตุ ว่า " เมียสวยขอนอนด้วยสักคืนได้ไหม" ตอนนั้นตนรู้สึกโกรธและคิดว่าเขาพูดจาไม่ให้เกียรติ จึงขี่ จยย. ตามนายเอฟไป ก่อนที่จะลงไปทำร้ายสาวหมัดใส่เขาจริง ตนยอมรับอย่างชายชาติทหารว่าต่อยเขาไปทีนึงโดย มีลูกน้องทหารเกณฑ์ของตนอีก 2 คนเข้าไปร่วมทำร้ายจนชาวบ้านมาห้าม เรื่องนี้ตนทำเพื่อเป็นการสั่งสอนว่าควรให้เกียรติกัน หากมาพูดอีกตนก็จะต่อยอีก จึงขอเตือนให้นายเอฟรับรู้ไว้ว่าต่างคนต่างอยู่อย่ามาข้องเกี่ยวซึ่งกันและกันจะดีกว่า เพราะตนไม่อยากจะมีเรื่อง อีกทั้งตนยังรับราชการทหารจึงไม่อยากให้เสื่อมเสียกับต้นสังกัด
ขณะที่นางสาวตาลอายุ 32 ปี ภรรยาจดทะเบียนสมรสของนายเอฟ ได้เปิดเผยว่า ตนอยากจะพูดความจริงในวันเกิดเหตุว่านายต้นไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือผลักตนล้มตามที่นายเอฟสามีให้สัมภาษณ์กับนักข่าวบางช่องรวมทั้งบางเพจที่ลงไปไม่ตรงกับความจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะสามีตนปากไม่ดีมีพฤติกรรมชอบแชตไปหาเมียเพื่อนๆและคนอื่นๆไม่เฉพาะแค่เมียของพี่ทหารคนเดียว ก่อนหน้ามีเหล่าสามีที่ถูกนายเอฟแชตไปแทะโลมก็ตามล่าเพื่อจะกระทืบนายเอฟมาตลอดเพราะไม่พอใจ
สำหรับวันเกิดเหตุขณะเจอพี่ทหารได้มีการขี่รถเพื่อจะไปส่งของจำพวก บุหรี่ไฟฟ้า ยาแก้ไอ สิ่งเสพติด ให้ลูกค้า ไม่ได้ไปหาเพื่อนตามที่สามีพูดพอส่งของเสร็จก็แวะซื้อน้ำเต้าหู้ขากลับขับรถสวนกันมีการตะโกนด่าทอกันแซวพี่ทหาร ก่อนที่พี่ทหารจะเรียกให้จอดและลงมาต่อยเตะตามคลิป ตนขอยืนยันว่าไม่มีอาวุธปืนตามที่ข่าวลง สำหรับรูปที่พี่ทหารพกปืนเป็นรูปเก่าที่ไปค้นจากเฟสบุ๊คของพี่ทหารแล้วเอามาแคปลงเพื่อให้พี่ทหารดูแย่และเสียชื่อ น.ส.ตาล กล่าวต่อว่าเรื่องทั้งหมดที่พูดเป็นความจริงไม่เข้าข้างแม้จะเป็นสามีก็ตามเพราะสามีผิดจริง หลังจากนี้จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีพร้อมฟ้องหย่า เพราะไม่อยากที่จะโดนบังคับให้เอายาซ่อนในนมและของลับเพื่อหลบตำรวจอีกต่อไป เพราะลูกหนูก็ยังเล็ก อายุเพียง 2 ขวบกับ1ขวบไม่อยากติดคุกไม่อยากต้องใช้ชีวิตวันๆอยู่แต่ร้านกัญชา และต้องพักอาศัยอยู่บ้านสามีที่ขายยากันทั้งบ้าน นอกจากนี้ยังถูกสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งนายเอฟยังอยู่กับเมียใหม่ที่ร้านกัญชาไม่กลับมาดูแลลูกส่งเสียลูก จึงจะขอฟ้องหย่า ฟ้องชู้ ตนเองอยากมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่านี้


