xs
xsm
sm
md
lg

รวบแก๊งลัก จยย.ตามออเดอร์ เน้น “ฮอนด้าเวฟ” ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน คันละ 2.5 หมื่น ก่อเหตุกว่า 100 คัน ในช่วง 7 เดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ตำรวจสุทธิสาร รวบ 4 ผู้ต้องหาแก๊งลักรถ จยย.ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ยึดรถของกลาง 6 คัน พร้อมรถตู้ดัดแปลง 2 คัน พบทำเป็นขบวนการตามออเดอร์ “ฮอนด้า เวฟ” รับค่าจ้างคันละ 2.3-2.5 หมื่นบาท  สารภาพตระเวนลักรถมาแล้วกว่า 100 คัน ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่ สน.สุทธิสาร พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิสิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร และ พ.ต.ท.สุรพันธ์ พันเปี่ยม รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักรถจักรยานยนต์ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่ นายวณัฐพงศ์ อายุ 24 ปี นายสหรัฐ อายุ 21 ปี นายเด่นศักดิ์ อายุ 41 ปี และ นายอัศนัย อายุ 42 ปี


พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว 2 คัน ทะเบียน ฮภ 827 กรุงเทพมหานคร และ นค 262 หมวดจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถูกดัดแปลงสภาพสำหรับขนรถจักรยานยนต์ รวมถึงรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 6 คัน และแผ่นป้ายทะเบียนอีก 2 ป้าย โดยพบว่าป้ายทะเบียนบางรายการมีการแจ้งหายไว้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี

พล.ต.ต.เกียรติกุล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า มีรถจักรยานยนต์สูญหายหลายคัน จึงวางแผนล่อซื้อและนัดหมายส่งมอบรถบริเวณปั๊มน้ำมันเชลล์ ซอยลาดพร้าว 44 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ


ต่อมาศาลอาญาได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ” ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายวณัฐพงศ์ และขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถตู้รับรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม เพื่อนำไปส่งต่อยังผู้สั่งการบริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างในการก่อเหตุประมาณ 23,000-25,000 บาทต่อรถจักรยานยนต์ 1 คัน ขณะที่คนขับรถตู้จะได้รับค่าจ้างคันละประมาณ 2,500 บาท โดยรถตู้หนึ่งคันสามารถบรรทุกรถจักรยานยนต์ได้ประมาณ 4 คัน ทำให้การขนส่งแต่ละครั้งได้รับค่าจ้างประมาณ 10,000 บาท ทั้งหมดทำตามคำสั่งซื้อจากผู้สั่งการ ซึ่งส่วนใหญ่ระบุให้ลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ


สำหรับพฤติการณ์ของแก๊ง ผู้ก่อเหตุจะออกตระเวนหารถจักรยานยนต์ในแต่ละคืนเป็นคู่ เลือกรถที่สามารถลักได้ง่าย โดยแต่ละครั้งจะได้ประมาณ 2 คัน จากนั้นนำรถไปเก็บไว้ในจุดพัก เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่ออำพรางตัว ก่อนนำรถจักรยานยนต์ที่ลักมาไปใช้ในการก่อเหตุครั้งต่อไปเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่

เมื่อได้รถตามจำนวนที่ต้องการ ผู้ต้องหาจะโทรศัพท์แจ้งผู้สั่งการว่าได้รถแล้ว จากนั้นจะมีการส่งรถตู้มารับเพื่อนำรถจักรยานยนต์ไปส่งต่อบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้ชายแดน ก่อนลำเลียงออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน


พล.ต.ต.เกียรติกุล กล่าวว่า นายวณัฐพงศ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุลักรถ ให้การอ้างว่าดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมาประมาณ 7 เดือน และอ้างว่า ลักรถมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลติดตามรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมเพิ่มเติม รวมทั้งประสานผู้เสียหายให้มาตรวจสอบรถของกลาง โดยพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาตระเวนก่อเหตุในหลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสาน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี เพื่อรับตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องไปดำเนินคดีเพิ่มเติม

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวผู้สั่งการ โดยมีข้อมูลว่า “นายจิมมี่” สัญชาติลาว เป็นผู้สั่งออเดอร์รถจักรยานยนต์จากประเทศลาว ก่อนประสานให้คนขับรถตู้นำรถที่ถูกโจรกรรมไปส่งต่อบริเวณชายแดน