ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืนออนไลน์ ตรวจค้นกว่า 200 จุดทั่วประเทศ รวบ 186 ราย ยึดปืน 228 กระบอก พร้อมระเบิดและกระสุนกว่า 1,200 นัด
วันนี้ ( 25 ส.ค.) ที่ห้องประชุม ชั้น 3 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยี(บก.สอท.2) พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. แถลงผลการระดมกวาดล้างอาวุธปืนออนไลน์ผิดกฎหมาย ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำชับให้ยกระดับมาตรการควบคุมและปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันอาชญากรรมและเหตุความรุนแรงที่อาจกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ปฏิบัติการดังกล่าวมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งปราบปราม ขณะที่ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. มอบหมายให้ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. นำกำลังตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายกว่า 200 จุดทั่วประเทศ โดยมีจุดสำคัญ 16 จุด ในพื้นที่ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง อุดรธานี สุพรรณบุรี สระบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ และนครศรีธรรมราช สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 186 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน 228 กระบอก แบ่งเป็นปืนมีทะเบียน 33 กระบอก และปืนไม่มีทะเบียน 194 กระบอก รวมทั้งเครื่องกระสุนปืน 1,294 นัด อุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน 27 รายการ และระเบิดแสวงเครื่อง 1 ลูก
บก.สอท.1 จับ 22 ราย ยึดปืน 25 กระบอก
บก.สอท.1 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 22 ราย ยึดอาวุธปืน 25 กระบอก อุปกรณ์ส่วนควบ 22 รายการ และเครื่องกระสุน 50 นัด
โดย พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 พร้อม พ.ต.ท.นพดล บุตรวงศ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 นำกำลังสืบสวนบัญชีเฟซบุ๊กที่มีพฤติการณ์โพสต์ขายอาวุธปืนในกลุ่มสาธารณะ ก่อนติดต่อล่อซื้อและจับกุม นายภานุเดช อายุ 41 ปี ได้ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนขนาด .38 จำนวน 2 นัด
จากนั้นขยายผลไปยังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอีกราย สามารถจับกุม นายโสติราม อายุ 36 ปี พร้อมปืนลูกซองสั้นเบอร์ 20 จำนวน 2 กระบอก และกระสุนปืนลูกซอง 1 นัด ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
บก.สอท.2 เจอเครือข่ายขายผ่าน Shopee-ไลน์ ยึดปืน 49 กระบอก
บก.สอท.2 จับกุมผู้ต้องหาได้ 38 ราย พร้อมอาวุธปืน 49 กระบอก เครื่องกระสุน 463 นัด อุปกรณ์ส่วนควบ 4 รายการ และระเบิดแสวงเครื่อง 1 ลูก
พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 นำทีมสืบสวนพบการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและกระสุนผ่านแอปพลิเคชัน Shopee โดยใช้บัญชีที่มีผู้ติดตามกว่า 1,500 คน และปกปิดการขายด้วยการนำเสนอสินค้าในลักษณะอะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง และอุปกรณ์เดินป่า
นอกจากนี้ยังพบการลักลอบจำหน่ายผ่าน LINE Official Account ซึ่งมีสมาชิกกว่า 800 คน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายค้นเป้าหมาย 6 จุด ในพื้นที่ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
อีกปฏิบัติการ พ.ต.อ.คุณาปะโยชน์ อารียรัตนะธร ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายซึ่งเปิดเป็นร้านขายไข่ไก่ใน จ.สมุทรปราการ และขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
บก.สอท.3 รวบ 61 ราย เจอ “บังจร” รับดัดแปลงปืนแบลงค์กัน
บก.สอท.3 จับกุมผู้ต้องหาได้มากที่สุด 61 ราย พร้อมยึดอาวุธปืน 71 กระบอก และกระสุน 139 นัด
พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 และ พ.ต.ท.อโนทัย ดียิ่ง รอง ผกก.2 บก.สอท.3 สนธิกำลังร่วมกับ บก.สส.ภ.4 เข้าจับกุม นายขจร หรือ “บังจร” อายุ 27 ปี ชาวอุดรธานี พร้อมปืนไม่มีทะเบียน 5 กระบอก และกระสุน 72 นัด
คดีนี้เริ่มจากการตรวจสอบบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “บังจร” ซึ่งโพสต์ขายปืนไม่มีทะเบียนในกลุ่มเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าตรวจสอบจนพบพฤติการณ์รับดัดแปลงปืนแบลงค์กันให้สามารถใช้กับกระสุนจริงได้
นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าตัวเปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์และมีเครื่องกลึงโลหะ รวมถึงอุปกรณ์ที่สามารถใช้ดัดแปลงอาวุธปืน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายค้นบ้านพักใน อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี ก่อนเข้าจับกุมพร้อมของกลาง
บก.สอท.4 จับ 32 ราย ยึดปืน 43 กระบอก
บก.สอท.4 จับกุมผู้ต้องหาได้ 32 ราย พร้อมอาวุธปืน 43 กระบอก และกระสุน 79 นัด
หนึ่งในคดีสำคัญ พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 นำกำลังสืบสวนบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีพฤติกรรมโพสต์ภาพอาวุธปืนและคลิปยิงปืนเป็นประจำ จนทราบตัวคือ นายธนพิสิฐ หรือ “ตี๋” เจ้าของลานตากข้าวและรับซื้อข้าวเปลือก ซึ่งมีพฤติกรรมสะสมและพกพาอาวุธปืน รวมถึงโพสต์ภาพอาวุธปืนลงโซเชียลมีเดีย
เจ้าหน้าที่ขอศาลออกหมายค้นบ้านพักในพื้นที่ ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พบอาวุธปืนหลายรายการ แม้ทุกกระบอกจะมีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) แต่จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าตัวเคยถูกดำเนินคดีเมื่อเดือน ก.พ. 2569 ในข้อหายิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดอาวุธปืน 9 รายการ เพื่อนำไปตรวจสอบตามกฎหมาย
บก.สอท.5 รวบ 33 ราย ยึดปืน 40 กระบอก พบ UZI
บก.สอท.5 จับกุมผู้ต้องหาได้ 33 ราย พร้อมอาวุธปืน 40 กระบอก โดยมีอาวุธสงคราม 1 กระบอก อุปกรณ์ส่วนควบ 1 รายการ และกระสุน 563 นัด
หนึ่งในคดีสำคัญ พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ตรงเที่ยง กก.4 บก.สอท.5 นำกำลังเข้าจับกุม นายทินพันธ์ อายุ 28 ปี ในพื้นที่ ต.หนองปลาหมอ อ.หนองแค จ.สระบุรี พร้อมของกลางเป็นปืนกลมือ UZI ขนาด 9 มม. ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก กระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 1 นัด และยาบ้า 13 เม็ด
พล.ต.ต.ทินกร กล่าวว่า ขอฝากเตือนประชาชนว่า การซื้อ ขาย ครอบครอง หรือพกพาอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการสนับสนุนการซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ ล้วนมีความผิดและมีโทษตามกฎหมาย อีกทั้งอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมหรือเหตุรุนแรงที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
จึงขอให้ผู้ครอบครองอาวุธปืนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ดัดแปลง หรือครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ โดยตำรวจไซเบอร์จะเดินหน้าสืบสวน กวาดล้าง และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล


