xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอแจ้งจับมือมืดปล่อยเอกสารลับ คดี"ฮั้ว สว." หลุดว่อนเน็ต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - "อธิบดีดีเอสไอ"ส่งทีมงานโร่พบกองปราบฯ แจ้งความดำเนินคดีมือมืดปล่อยเอกสารลับ "ฮั้ว สว." หลุดว่อนเน็ต

จากกรณีที่ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. จนกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการติดตามข่าวสาร เอกสารที่นำมาเผยแพร่นั้นเป็นสำนวนของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะทางในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อย่างไรก็ตาม ตนยังมีข้อสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวถูกนำออกมาได้อย่างไร และได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

​ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น.ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เอกสารสำนวนลับของทางราชการหลุดรอดออกไปเผยแพร่สู่ภายนอก

เบื้องต้น ทางกระทรวงยุติธรรมระบุว่า การนำเอกสารสำนวนคดีพิเศษหรือข้อมูลภายในของทางราชการออกไปเผยแพร่นั้น อาจเข้าข่ายมีความผิดทั้งตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดตามกฎหมายเฉพาะด้านคดีพิเศษ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาเอาผิดกับทั้งผู้ที่ปล่อยข้อมูลและผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อตามกฎหมาย

ในขณะเดียวกัน ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในของ DSI เป็นการด่วน เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงและหาตัวผู้รับผิดชอบว่า เอกสารจากกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน หลุดรอดออกไปสู่มือของบุคคลภายนอกหรือองค์กรอิสระที่นำมาเปิดเผยได้อย่างไร

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ผู้รับมอบอำนาจได้เดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอชี้แจงว่า อธิบดีดีเอสไอ ได้สั่งการให้ตรวจสอบภาพเนื้อหาเอกสารที่ปรากฏในสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ และพบว่า เป็นเนื้อหาภายในสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอจริง ซึ่งตามหลักการสอบสวนคดีอาญา การเปิดเผยเนื้อหาในสำนวนจะกระทำได้ต่อเมื่อคดีขึ้นสู่การพิสูจน์ในชั้นศาลและเปิดเผยต่อหน้าจำเลยเท่านั้น การนำออกมาเผยแพร่จึงสร้างความเสียหายอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์ และให้ตำรวจกองปราบปรามขยายผลตรวจสอบพยานหลักฐานต่อไป

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนจะพิจารณาใน 2 ประเด็นหลัก คือ เอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ และหากเป็นเอกสารจริง หลุดไปอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลได้อย่างไร รวมถึงมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเอื้อประโยชน์หรือเกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า ดีเอสไอ ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ไม่ได้แจ้งความเพื่อปิดปากใคร และยินดีให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง