อัยการสั่งฟ้อง 6 ราย คดีรถไฟชนรถเมล์ ปอ.206 แยกมักกะสัน สังเวย 8 ศพ บาดเจ็บกว่า 30 ราย แจ้งข้อหาหนัก พขร.-พนักงานกั้นถนน-คนขับรถเมล์ ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พขร. โดนข้อหาเสพยาเพิ่ม ส่วนผู้ขับขี่ จยย.-กระบะ อีก 3 ราย โดนข้อหากีดขวางการขนส่งทางราง หลังจอดรถคร่อมเส้นทแยงเหลือง
จากกรณีกรณีโศกนาฏกรรมรถไฟบรรทุกสินค้า ขบวน 2126 พุ่งชนรถโดยสารปรับอากาศสาย 206 บนถนนอโศก-ดินแดง บริเวณจุดตัดรถไฟใกล้สถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย
วันนี้ (16 ส.ค.) มีรายงานว่าคดีดังกล่าวคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ 117/2569 ตามคำสั่ง บก.น.1 บช.น. ได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนให้อัยการแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ค.2569 ต่อมาทางอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาลแล้ว
นายสยมพร ฯ พนักงานขับรถไฟ ผู้ต้องหาที่ 1 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 104, 162
นายอุเทน ฯ พนักงานกั้นถนน ผู้ต้องหาที่ 2 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560
นายลาภิส ฯ พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ผู้ต้องหาที่ 3 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
ผู้ต้องหาที่ 4-6 ประกอบด้วย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์กระบะที่จอดคร่อมเครื่องหมายห้ามคร่อมทางรถไฟ (เส้นตารางไขว้สีเหลือง) โดยกรมการขนส่งทางรางได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง มาร้องทุกข์กล่าวโทษ และได้สั่งฟ้องในฐานความผิด ดังนี้
นายเมธาสิทธิ์ ฯ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาที่ 4 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
นายศักดิ์ศรี ฯ ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ ผู้ต้องหาที่ 5 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
นายอามาน ฯ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาที่ 6 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
สำหรับผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจะได้เรียกตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


