MGR Online-อดีต ผบช.ปส.เคลื่อนไหว หลังทราบข่าว "เล่าต๋า" ได้รับอิสรภาพ ยันไม่มีความวิตกกังวล ขอแสดงความยินดีด้วย ตอนนั้นทำตามหน้าที่ เผย บุกขึ้นไปจับราชายาเสพติดบนเขา ไม่ใช่เรื่องง่าย แค่เจ้าหน้าที่ขยับก็รู้ตัวแล้ว แต่มาตายเพราะสายลับสาวอกใหญ่ เคยเตือนให้เลิกแต่ไม่เลิก สาเหตุค้ายาเพราะหาทุนเลี้ยงกองทัพ สู้รบกับพม่า
วันนี้ (15 ส.ค.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส.เปิดเผยว่า ทราบข่าว นายเล่าต๋า แสนลี่ อายุ 86 ปี ราชายาเสพติด พ้นโทษออกมาแล้ว ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง ตนไม่ได้มีความวิตกกังวลอะไรเลย ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวของ เล่าต๋า ที่พ้นโทษออกมาตามกฎกติกาของสังคม เราก็ทำหน้าที่เราไป เขาก็ทำความผิด เราก็ทำการจับกุมไป มันเดินทางกันคนละเส้นทางกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2546 สมัย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขณะเป็น ผบช.ปส.เคยนำกำลังตำรวจ พร้อมด้วยทหารบุกเข้าจับกุม เล่าต๋า พร้อมลูกชายอีก 2 คน ในข้อหาค้ายาเสพติด พ.ร.บ.อาวุธปืน และจ้างวานฆ่าผู้อื่น แต่ศาลฏีกามีคำพิพากษายกฟ้อง จึงได้รับการปล่อยตัว และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ โดยหันมาทำธุรกิจส่วนตัว อาทิ ปั๊มน้ำมัน โรงแรม ร้านอาหาร ไร่กาแฟ ร้านกาแฟ รวมถึงหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง
ต่อมาวันที่ 11 ต.ค. 2559 ปฏิบัติการจับกุม เล่าต๋า เกิดขึ้นอีกครั้ง โดย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ขณะเป็น รรท.ผบช.ปส.นำกำลังตำรวจ พร้อมด้วยทหาร ฝ่ายปกครอง วางแผนส่งสายลับล่อซื้อไอซ์ 20 กิโลกรัม เป็นเงิน 11 ล้านบาท บริเวณปั๊มน้ำมันของ นายเล่าต๋า พื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จนสามารถจับกุมตัว นายเล่าต๋า พร้อมภรรยา ลูกชาย และเครือข่ายรวมหลายคน พร้อมยึดทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
พล.ต.ท.เรวัช เล่าในรายการสุดเกล้าว่า สมัย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ไปจับ เล่าต๋า แต่ศาลยกฟ้อง ต่อมาตนมาเป็น ผบช.ปส.ภารกิจจึงตกมาที่ตน ได้เข้าไปสืบข้อมูลแต่การเข้าถึงตัว เล่าต๋า เป็นไปได้ยากมากเพราะอยู่บนดอย ประกอบกับลูกสาวเป็นนายกฯ อบจ. ลูกชายเป็นนายกฯ อบต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านศรัทธา เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ แค่อยู่ปากดอยก็รู้ตัวแล้ว เล่าต๋า ไม่สัมผัสของไม่ได้ค้ายาเอง
ตนวางแผนกับเลขา ป.ป.ส.เอารถหุ้มเกราะขึ้นไปพิสูจน์ทราบตำแหน่งบ้าน มีโอกาสได้คุยกับ เล่าต๋า บนบ้าน ตนเรียกเขาว่า "เจ็ก" มีเชื้อสายจีนทั้งคู่ ตนชอบเขานะ เขาเป็นนักรบสู้มาตั้งแต่เล็ก ตนพูดว่า "เล่าต๋า เรานักรบด้วยกันนะ ผมรู้ว่าท่านอายุเยอะแล้ว 70 กว่าแล้ว แต่ขอให้ท่านเลิกค้ายาได้ไหม มันเป็นผลร้ายกับประเทศไทย แต่ถ้าเจ็กไม่เลิก เจ็กเจอกับผม เขาบอกว่าเขาเลิกแล้วนะ ผมบอกไปว่าห้ามลูกหลานด้วย" เล่าต๋า มีท่าทีนิ่งมาก นักรบอาวุโส ผ่านเป็นผ่านตายมาเยอะ
ยอมรับว่าไม่มีทางสู้รบกับ เล่าต๋า ข้างบนได้ ข้ามเขาไปก็ฝั่งเมียนมาแล้ว แต่จุดอ่อนคือปลูกกาแฟขายในปั๊มน้ำมันของตัวเอง ไปปรึกษา พล.ต.ท.พรชัย เจริญวงศ์ ขณะเป็น ผบก.ปส.3 การเข้าถึงตัวได้ต้องส่งสายลับ เล่าต๋า ในวัย 70 กว่ายังมีสายตาเจ้าชู้ จึงหาสายลับที่เข้าสเปก ขาว อกใหญ่ จ้าง 5 แสน ไปกินกาแฟกับ เล่าต๋า แล้วขอซื้อแฟนไชส์กาแฟ "เอานมไปล่อ ตายเพราะนม" เล่าต๋า ให้ไอซ์มา 1 กิโลกรัม จึงออกหมายจับ เล่าต๋า
จะจับระดับเจ้าพ่อยาเสพติดของประเทศไทย ไอซ์ 1 กิโลกรัม กระจอกไป ขณะนั้นตนใกล้เกษียณแล้ว ใครจะจับต่อก็ได้ไม่เป็นไร แต่ภารกิจเราต้องจบ ตามที่ตนได้รับคำสั่งมา จึงบอกว่าให้ซื้อลอตใหม่อีก โดยโกหกว่าลอตเก่าส่งขายไปมาเลเซียกับสิงคโปร์แล้ว ได้ทุนก็จะสั่งอีก 20 กิโลกรัม แต่ เล่าต๋า บอกว่า "เรวัช ไว้ใจไม่ได้ รอให้มันเกษียณก่อน แล้วค่อยมาซื้อกัน" เราก็เลยนั่งคุยกัน นักเลงมองตากันรู้ ลูกน้องบอกตนใกล้เกษียณจะเสียผลงาน ตนไม่ห่วงเรื่องผลงานใครจะจับก็ได้
พอตนเกษียณไปได้ 10 วัน เล่าต๋า นัดส่งของ 20 กิโลกรัม พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข รับตำแหน่ง ผบช.ปส.ต่อจากตน นำชุดสยบไพรี 43 ไปจับกุมตัว เล่าต๋า ภรรยา กำนันวิจารณ์ และลูกชาย ครั้งนั้นตนไปร่วมในฐานะที่ปรึกษา ผบ.ตร.ด้านยาเสพติด และที่ปรึกษา ป.ป.ส.ได้บอกกับ เล่าต๋า "เจ็กจำผมได้ไหม ผมบอกเจ็กแล้วไงว่าให้เลิก"
พล.ต.ท.เรวัช เล่าอีกว่า เล่าต๋า เปรียบเสมือนมือขวา ขุนส่า ราชายาเสพติดโลก เป็นสหายสงครามเคยร่วมรบกู้ชาติ ในนามกองทัพเมิงไต โดยมี ขุนส่า เป็นผู้นำ มีฐานที่มั่นอยู่ในเขตรัฐฉาน ติดกับชายแดน จ.เชียงใหม่ เหตุผลที่ค้ายาเพราะต้องสู้รบกับฝั่งเมียนมา เอาเงินมาซื้ออาวุธ ซื้อเสบียง เลี้ยงทหาร
สำหรับ เล่าต๋า แสนลี่ หรือที่รู้จักกันในนาม "ราชายาเสพติด" ปัจจุบันวัย 86 ปี ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่รับโทษจริงไม่ถึง 10 ปี เป็นการปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 จึงพ้นโทษออกจากเรือนจำกลางบางขวาง.


