xs
xsm
sm
md
lg

“ทนายอั๋น” ซัดมีการทำลายหลักฐานคดีบุกรุกเขากระโดง ร้อง “ดีเอสไอ” เอาผิดคณะบุคคลเพิ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - “ทนายอั๋น” บุกยื่น “ดีเอสไอ” ออกเลขสืบสวนคดีคณะบุคคล-นิติบุคคล รวม 62 ราย บุกรุกที่ดินเขากระโดง 250 ไร่ หวั่นคดีไม่คืบเกรงต้องรอคำสั่งบิ๊ก ยธ.

วันนี้ (11 ส.ค.) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” พร้อมด้วยทีมงาน ร่วมกันเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอติดตามความคืบหน้าทางคดีในกรณีบุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์บริเวณเขากระโดง ซึ่งอาจมีการทำลาย สร้างหลักฐานเท็จ โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

ทนายอั๋น เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาติดตามความคืบหน้าทางคดีในกรณีบุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์บริเวณเขากระโดง ซึ่งอาจมีการทำลาย สร้างหลักฐานเท็จ ซึ่งครั้งนี้ถือว่าตนมาติดตามเป็นครั้งที่ 3 หลังจากได้เข้าให้ปากคำและส่งมอบพยานหลักฐานซึ่งเป็นภาพถ่ายดาวเทียมทางอากาศเพิ่มเติมให้กับพนักงานสืบสวนกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทราบว่าเสนอมายังอธิบดีดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว แต่ตนก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าใดๆ ว่าจะพิจารณาให้รับเป็นเรื่องสืบสวนหรือจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่

ทนายอั๋น เผยว่า ตนยังพบว่านับตั้งแต่ที่มีการยื่นขอมีการตรวจสอบเรื่องนี้ พบว่ามีกลุ่มบุคคลได้พยายามทำลายหลักฐานด้วยการมาขุดคลองใหม่ มีการใช้เครื่องจักรรถขุดขนาดใหญ่มาขุดคลองใหม่จากเดิมเป็นสภาพป่า คงเพราะกลัวเป็นคดีอาญา กลัวดีเอสไอจะสั่งฟ้อง จึงต้องไปขุดแก้ไขทำใหม่ จึงอยากตั้งคำถามว่าจะไปแก้ไขได้อย่างไร เพราะร่องน้ำตามสภาพเก่ามันคือลำรางทางสาธารณะ แต่กลับมีการสร้างเป็นสนามแข่งรถโกคาร์ททับไป ส่วนทางสาธารณะก็มีการสร้างสนามฟุตบอลทับไว้อีก แบบนี้ดีเอสไอจะอยู่ได้อย่างไร หรือรอคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีก็เป็นลูกหม้อมาจากจังหวัดบุรีรัมย์เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุคู่กรณีด้วยซ้ำ จึงอยากวัดใจอธิบดีดีเอสไอว่าจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน หรือจะรักษาไว้ซึ่งตำแหน่ง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม โดยการบังคับใช้กฎหมาย เอาคืนทรัพยากรของชาติ เอาที่ดินบริเวณเขากระโดงคืนมาก่อน จำนวน 20 จุด 250 ไร่ เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดา 33 ราย และนิติบุคคลอีก 29 ราย

ทนายอั๋น เผยด้วยว่า ตนขีดเส้นกรอบเวลาการติดตามความคืบหน้าคดีสืบสวนคณะบุคคลรุกที่ดินเขากระโดงแก่อธิบดีดีเอสไอ ไว้ภายในสิ้นเดือน ส.ค.69 เพราะถ้าเปรียบเทียบกับคดีฮั้ว สว. ก็อยู่ในห้วงเวลานี้เช่นเดียวกัน ดังนั้น อธิบดีดีเอสไอ ควรจะมีการดำเนินการความคืบหน้าให้ตนได้เห็น อย่างน้อย ๆ ควรเริ่มให้มีการออกเลขสืบสวนคดีอย่างเป็นทางการ และหลังจากนั้นก็สืบสวนอย่างจริงจังเพื่อขยับไปสู่การรับเป็นคดีพิเศษ

“ทั้งนี้ ประชาชนอาจจะมีความสับสนว่าก่อนหน้านี้ดีเอสไอมีการสรุปสำนวนการสืบสวนเรื่องที่ดินเขากระโดงไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. แล้วจะมีความแตกต่างกับคดีที่ตนเองมาร้องทุกข์กล่าวโทษครั้งนี้อย่างไร ขออธิบายว่าในครั้งนี้เน้นในกลุ่มของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ร่วมกันบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดง ทั้งในส่วนของตำบลอิสาณและตำบลเสม็ด ส่วนสำนวนคดีสืบสวนที่ดีเอสไอส่ง ป.ป.ช. ไปก่อนหน้านี้จะเป็นการสืบสวนในเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการอนุญาตให้ออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ ซึ่งก็เป็นความผิดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะ”