โฆษก ตร. วอนสื่อ-โซเชียล งดเปิดเผยชื่อ-ภาพใบหน้าผู้ก่อเหตุ ชี้ ผลสืบสวนคดีกราดยิง พบมีการศึกษาเหตุการณ์อดีตมาเปรียบเทียบ เตือนเสี่ยงเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ย้ำ ควรจดจำ “ผู้สูญเสียและฮีโร่ผู้ช่วยเหลือ” มากกว่าสร้างพื้นที่ให้ผู้ใช้ความรุนแรง
วันนี้ (11 ส.ค.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จากการติดตามข้อมูลในคดีกราดยิงครั้งนี้ มีประเด็นหนึ่งที่ผมอยากขอความร่วมมือจากพี่น้องสื่อมวลชน เพจข่าว และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์
คือ ขอให้พิจารณาลดการเผยแพร่ชื่อ ภาพใบหน้า และประวัติของผู้ก่อเหตุ ในลักษณะที่ทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นจุดสนใจ เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพียงเพื่อคุ้มครองบุคคลในครอบครัว ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุและไม่ควรถูกสังคมลงโทษไปด้วย แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การป้องกันเหตุในอนาคต
จากข้อมูลที่ปรากฏในการสืบสวนคดีนี้ พบพฤติการณ์ที่ควรให้ความสำคัญ คือ มีการนำเหตุกราดยิงในต่างประเทศ มาเปรียบเทียบ ก่อนที่จะก่อเหตุ
ข้อมูลลักษณะนี้ ทำให้เราต้องระมัดระวังเรื่อง การเลียนแบบ (Copycat Effect) และการแสวงหาการยอมรับ หรือชื่อเสียงจากเหตุรุนแรง
เพราะเหตุ Active Shooter หลายกรณีทั่วโลก พบว่า ผู้ก่อเหตุบางราย สนใจและศึกษาเหตุการณ์ในอดีต เปรียบเทียบกับ ผู้ก่อเหตุรายอื่น หรือมีความต้องการให้ตนเองถูกจดจำ
ดังนั้น ในการรายงานข่าว ผมอยากเสนอหลักง่ายๆ ว่า “ให้พื้นที่กับผู้สูญเสีย และผู้ช่วยเหลือ มากกว่า ผู้ก่อเหตุ”
เราสามารถรายงานข้อเท็จจริง วิเคราะห์สาเหตุ เตือนภัย และถอดบทเรียนเพื่อป้องกันเหตุซ้ำได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ชื่อและใบหน้าของผู้ก่อเหตุกลายเป็นภาพที่ถูกเผยแพร่ซ้ำแล้วซ้ำอีก
โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยงการนำเสนอในลักษณะที่อาจกลายเป็น “พื้นที่ประกาศตัว” เพราะอาจไปตอบสนองแรงจูงใจของบุคคลบางกลุ่มที่ต้องการเลียนแบบ
ผมจึงอยากขอความร่วมมือจากพี่น้องสื่อมวลชน และผู้ใช้โซเชียลทุกท่านว่า หากไม่มีความจำเป็นต่อประโยชน์สาธารณะ ขอให้ลดการเผยแพร่ชื่อและภาพใบหน้าของผู้ก่อเหตุ ให้เราจดจำ ผู้สูญเสียจดจำ ผู้ที่เข้าช่วยเหลือ และ จดจำบทเรียน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
แต่อย่าช่วยกันสร้าง “ชื่อเสียง” ให้กับผู้ที่เลือกใช้ความรุนแรง ครับ


