xs
xsm
sm
md
lg

วิเคราะห์ทุกคำอ้าง "โทน บางแค" ปม Zeiss Blue Marine จุดไหนตรง จุดไหนเปลี่ยน หลังถูกตั้งคำถาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนฉ่าเลยทีเดียวหลังตำรวจปอศ.นำหมายศาลบุกบ้านพักย่านบางกรวยจับกุมตัวนายโทนทอง สุขแก่น หรือ "โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง แจ้งข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” เนื่องจากมีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าตัว อ้างว่าถูกหลอกซื้อกล้องส่องพระ รุ่น Zeiss Blue Marine ที่โทน บางแคโฆษณาขายในราคาสูงลิ่ว

ทีมข่าวจึงได้นำข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์ข้อแตกต่างและคำพูดที่ขัดแย้งกันของ โทน บางแค เกี่ยวกับกล้อง Zeiss Blue Marine ตั้งแต่ช่วงก่อนการขาย ช่วงสร้างกระแส และการชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อ รวมถึงข้อมูลจากรายการโหนกระแส มีประเด็น ดังนี้


1. ประเด็นการร่วมผลิต (Collaboration) กับบริษัท Zeiss โดยตรง

ช่วงโปรโมท:
มีการกล่าวอ้างว่าเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับอนุญาตให้ “Collab” หรือร่วมผลิตโปรเจกต์พิเศษระดับโลกโดยตรงกับบริษัท Zeiss ที่ประเทศเยอรมนีเนื่องในวาระครบรอบ 175 ปี

ช่วงชี้แจงข้อเท็จจริง: ยอมรับว่าไม่ได้ทำการติดต่อผลิตกับบริษัท Zeiss ที่เยอรมนีโดยตรง แต่แท้จริงแล้วเป็นการทำสัญญาธุรกิจผ่านบริษัท Marvel Eyecare ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเลนส์ของ Zeiss ในประเทศไทย


2. ประเด็นคุณภาพเลนส์และความพิเศษของกล้อง D40 รุ่น Blue Marine

ช่วงโปรโมท: นำกล้อง Blue Marine ไปเปรียบเทียบกับกล้องรุ่นเก่าราคาหลักแสน โดยอ้างว่าเลนส์รุ่นนี้มีเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถโฟกัสและเจาะเนื้อพระได้เร็วกว่า มีการให้ข้อมูลเรื่องวัสดุที่สับสน โดยระบุว่าเป็นเลนส์หิน และในประโยคต่อมาก็ระบุว่าเป็นโพลิเมอร์พลาสติก

ช่วงชี้แจงข้อเท็จจริง: ยอมรับว่าตัวกล้องและเลนส์เป็นเพียงรุ่น D40 ธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีสเปกพิเศษกว่าปกติ ความพิเศษเพียงอย่างเดียวคือ “สีของบอดี้” ที่เป็นสีน้ำเงิน (Blue Marine) ซึ่งอ้างว่าเป็นโทนสีทางการแพทย์ที่ช่วยถนอมสายตา


3. ประเด็นต้นทุนและการตั้งราคาขายจริง
ช่วงโปรโมท: ระบุว่าราคาเปิดตัวอยู่ที่ 15,999 บาท โดยใช้วิธีพ่วงขายกับหนังสือ 2 เล่ม อ้างว่าหนังสือมีมูลค่าประมาณ 12,000 บาท ทำให้มูลค่ากล้องเหลือเพียงประมาณตัวละ 4,000 บาท
รายการโหนกระแส: ระบุว่าต้นทุนที่แท้จริงของกล้องอยู่ที่ประมาณ 2,600 กว่าบาท (ไม่ถึง 3,000 บาท)

ช่วงชี้แจงล่าสุด: ทำการแก้ไขตัวเลขที่เคยพูดในรายการโหนกระแส โดยระบุชัดเจนว่าต้นทุนกล้องที่รับมาจากบริษัท Marvel อยู่ที่ 2,450 บาท


4.ประเด็นการปั่นกระแสตลาดรีเซล (Resale) และจำนวนสินค้าคงคลัง

ช่วงโปรโมท: สร้างความเชื่อมั่นว่าสินค้าหายาก โดยอ้างว่าสั่งผลิตไป 5,000 ตัว แต่ได้มาเพียง 3,175 ตัว เพราะโรงงานวัตถุดิบหมด มีการกระตุ้นให้เห็นว่าราคากล้องในตลาดรีเซลพุ่งไปถึงตัวละ 28,000 – 30,000 บาท (โดยระบุว่าแอดมินของตนก็ขายในราคานี้) ต่อมามีการนำมาจัดโปรโมชันอ้างว่าเป็น “10 ตัวสุดท้าย” ขายในราคา 25,900 บาท

ช่วงชี้แจงข้อเท็จจริง: ปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้ปั่นราคา แต่ราคาที่พุ่งขึ้นไปเกิดจากความต้องการของตลาด (Demand) ที่มีคนแย่งกันซื้อเอง
รายการโหนกระแส (ข้อขัดแย้งเรื่องของขาดตลาด): ข้อมูลระบุว่าในขณะที่ราคาตลาดกำลังพุ่งสูง โทน บางแค ยังมีสต็อกกล้องอยู่ในมือถึง 300 ตัว และได้ขายส่ง (Wholesale) ล็อตนี้ให้กับฝั่งของมาดามเก่งผ่านทางเฮียตี๋ตื่นในราคาเพียงตัวละ 10,000 บาท เพื่อให้นำไปขายทำกำไรต่อในราคา 15,000 บาท ซึ่งขัดแย้งกับการที่พยายามโปรโมทขาย “ล็อตสุดท้าย” ในราคาสูงถึง 25,900 บาท พูดจากลับกลอกไปมา


5. ประเด็นการชักธงชาติไทยที่หน้าบริษัท Zeiss ช่วงโปรโมท : อ้างว่าบริษัทให้เกียรติสูงสุดเสมือนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยการนำธงชาติไทยขึ้นเสาเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือในฐานะคนไทยคนแรกที่ได้ทำโปรเจกต์นี้

การวิเคราะห์ความจริงและช่วงชี้แจง: ระบุว่าการประดับธงชาตินั้นเป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติสากลทั่วไป เพื่อต้อนรับคณะคู่ค้าหรือลูกค้าที่มาเยือนพิพิธภัณฑ์ ซึ่งภายหลังโทน บางแค ได้ยอมรับว่าทางผู้บริหารทำเพื่อต้อนรับตนในฐานะผู้ค้ามาเยือน แต่ยังคงมองว่าเป็นการให้เกียรติสูงสุด


*******ประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ******

-คุณบอกว่าเป็น ZEISS Germany +Marvel Eyecare+บริษัทพระเครื่องเมืองไทย ตามภาพถ่าย คุณทำการโฆษณาตลาดปั่นราคา คุณขออนุญาต Zeiss หรือไม่ ขออนุญาต Marvel หรือไม่ ใน Distributor จาก Zeiss ผมเชื่อว่าต้องขออนุญาต เพราะเค้าเป็นบริษัทระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือสูง และการที่คุณเอาตัวเรือนไปยิงเลซอร์ แปะสติกเกอร์บริษัทพระเครื่องเมืองไทยของคุณ เพื่อเพิ่มมูลค่าในการปั่นราคา เค้าอนุญาตให้คุณทำแบบนั้นก่อนคุณเอาออกมาขายหรือไม่

-คุณบอกว่า บริษัทพระเครื่องเมืองไทย ของคุณเป็นคู่สัญญากับ Marvel Eyecare ทำไมคุณให้ลูกค้าของคุณยอดจองเป็นพันคน โอนเข้าบัญชีส่วนตัว คุณกำลังปกปิด หลีกเลี่ยง อะไรหรือไม่ บริษัทคุณปิดงบดุล ปี 2565 เท่าไหร่ สรรพากร เค้ารู้มั้ย

-การอวดอ้าง collab ตรง เลนส์พิเศษ เป็นสินค้าครบ 175 ปี ที่คุณอ้างนั้นเป็นการโฆษณาอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณะและผู้บริโภค ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค หรือไม่

-คุณละเมิดเงื่อนไข Distributor Agreement การใช้เครื่องหมายการค้าเกินขอบเขตตามที่ ZEISS หรือ Marvel กำหนดมาหรือไม่

-ข้อความที่คุณโฆษณามันเป็นเท็จคุณโฆษณาก็รู้อยู่แล้วว่าเท็จ ใช้ข้อความดังกล่าวเป็นเหตุให้คนจำนวนมากหลงเชื่อและจ่ายเงินให้คุณ>>>>ZEISS ไม่เคยจัดโครงการครบรอบ 175 ปี สำหรับ Blue Marine >>>>ไม่เคยอนุมัติการใช้คำว่า Collaboration >>>>>ไม่เคยรับรองว่าเป็นรุ่นพิเศษฉลอง 175 ปี >>>>ประเด็น “โฆษณาอันเป็นเท็จ” และ “ฉ้อโกงโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ” ก็ชัดเจนเพียงพอที่สาธารณชนจะรับรู้ และเจ้าหน้าที่ก็คงต้องรู้