xs
xsm
sm
md
lg

"โกวิท"รองอสส. เปิดงานจัดอบรมยกระดับประสิทธิภาพการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"โกวิท"รองอสส. เปิดงานจัดอบรมยกระดับประสิทธิภาพการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

วันที่ 3 ส.ค. 2569 เวลา 08.30 น. นายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดโครงการยกระดับประสิทธิภาพการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งสำนักงานการสอบสวน และสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จัดขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ระหว่างวันที่ 3 – 4 ส.ค. 2569 ณ ห้องประชุม 2 – 4 โรงแรมโนโวเทล เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นีย์ฮับ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี Ms. Cynthia Veliko ผู้แทน OHCHR ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการอบรมผ่านระบบประชุมทางไกล

นายโกวิท รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ได้กำหนดบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญแก่พนักงานอัยการ ทั้งหน้าที่ในการกำกับดูแลกระบวนการจับกุมและการควบคุมตัว หน้าที่ในการรับแจ้งการควบคุมตัว หน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และหน้าที่ในการดำเนินคดีในข้อหาทรมานหรือบังคับให้บุคคลสูญหาย ซึ่งมิได้เป็นเพียงภารกิจตามกฎหมายเท่านั้น หากแต่เป็นหลักประกันที่ประชาชนใช้ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและเป็นเครื่องยืนยันว่าไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกฎหมาย โดยตลอดระยะเวลาของการดำเนินโครงการนี้ได้ออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่หลักการและมาตรฐานระหว่างประเทศ สาระสำคัญของพระราชบัญญัติฯ การรับคำร้องทุกข์และจุดเริ่มต้นของการสืบสวนสอบสวน การใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวช การประยุกต์ใช้พิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา ไปจนถึงยุทธศาสตร์การดำเนินคดีและการจัดทำสำนวนคดี เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ด้านผู้แทน OHCHR ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กล่าวต้อนรับและชื่นชมความมุ่งมั่นของสำนักงานอัยการสูงสุดในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอัยการอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันความพร้อมของ OHCHR ในการสนับสนุนความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม

สำหรับโครงการกล่าวจัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานอัยการในการบังคับใช้ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้มีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และสอดคล้องกับหลักนิติธรรมและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ อันจะนำไปสู่การยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย มีพนักงานอัยการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 5 และภาค 6 เข้าร่วมกิจกรรมรวม 40 คน โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ Dr. Juan Pablo Albán-Alencastro กรรมการและประธานคณะกรรมการว่าด้วยการบังคับให้บุคคลสูญหายแห่งสหประชาชาติ, นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน, นายสมพงษ์ เย็นแก้ว อดีตอธิบดีอัยการภาค 6, นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง เลขานุการรองอัยการสูงสุด(นายอดิศร ไชยคุปต์), แพทย์หญิงปานใจ โวหารดี ผู้อำนวยการสำนักบริการนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์