MGR Online - บช.ก. แถลงผลปฏิบัติการ "CARD SHIELD" ทลายเครือข่ายจีนเทา แอบติดตั้งสกิมเมอร์ร้านผลไม้อบแห้ง เชียงใหม่-เยาวราช โจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิตนักท่องเที่ยว 1,200 ราย เสียหายกว่า 29 ล้านบาท
วันนี้ ( 27 ก.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ. และ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก. 5 บก.ปอศ. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “CIB OPERATION : CARD SHIELD” ทลายเครือข่ายจีนเทาลักลอบโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิตนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย พบผู้เสียหายชาวจีน 1,200 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 29 ล้านบาท
พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเริ่มจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือสืบสวน หลังกรมสืบสวนคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (MPS) และตำรวจนครเซี่ยงไฮ้ ตรวจพบขบวนการลักลอบคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิตที่เชื่อมโยงจีน สหรัฐอเมริกา และไทย โดยมีผู้เสียหายชาวจีนถูกคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิตและนำไปปลอมใช้รูดซื้อสินค้าและกดเงินสดกว่า 1,200 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 6 ล้านหยวน หรือราว 29 ล้านบาท จึงมอบหมายให้ กก.5 บก.ปอศ. เร่งสืบสวนขยายผล
ด้าน พ.ต.อ.กริช เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้เสียหายทั้งหมดเคยเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร พร้อมใช้บัตรเครดิต UnionPay ชำระค่าสินค้าและบริการ เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยจนพบร้านขายผลไม้อบแห้งและของฝากต้องสงสัย 3 แห่ง ได้แก่ ร้าน CM Yummy Fruit Dried และร้าน Fruit Dried Shop ในพื้นที่ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รวมถึงร้าน Yaowarat Fruit Dry ย่านถนนเยาวราช กรุงเทพมหานคร
พ.ต.อ.กริช กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่า นาย CHAO JI อายุ 42 ปี สัญชาติจีน ร่วมกับผู้ต้องหาชาวไทยอีก 3 คน ได้แก่ น.ส.สาลินี อายุ 33 ปี น.ส.จิตตรา อายุ 32 ปี และนายธีรภัทร อายุ 32 ปี ร่วมกันจดทะเบียนนิติบุคคลและดำเนินกิจการร้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกับตำรวจ ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ นำหมายค้นเข้าตรวจค้นร้านค้าและสถานที่เกี่ยวข้องรวม 6 จุด ประกอบด้วยร้านขายผลไม้อบแห้ง 3 จุด และบ้านพักผู้เกี่ยวข้องอีก 3 จุด ผลการตรวจค้นพบแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเครื่องอ่านข้อมูลแถบแม่เหล็กบัตร (Skimmer) จำนวน 11 เครื่อง เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง กล้องวงจรปิดระบบ IP จำนวน 18 ตัว พร้อมเครื่องเซิร์ฟเวอร์ และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอีก 21 รายการ
พ.ต.อ.กริช กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนพนักงานร้าน ให้การว่า เจ้าของร้านสั่งให้ลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิต UnionPay รูดบัตร 2 ครั้ง โดยครั้งแรกให้รูดผ่านแป้นพิมพ์ที่ติดตั้งเครื่องสกิมเมอร์ซึ่งซ่อนไว้บริเวณเคาน์เตอร์ ก่อนจะรูดผ่านเครื่อง EDC ตามปกติอีกครั้ง หากลูกค้าสงสัย พนักงานจะอ้างว่าเป็นการรูดเพื่อรับสิทธิ์ส่วนลด 32% นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนมากผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณจุดชำระเงิน ซึ่งหันกล้องลงเพื่อบันทึกการกดรหัส PIN ของลูกค้า เมื่อตรวจสอบระบบพบว่า ข้อมูลบัตรที่ถูกสกิมจะถูกส่งผ่านแอปพลิเคชันไลน์ไปยังผู้ร่วมขบวนการทันที
สอบสวน นาย CHAO JI รับสารภาพว่า เป็นผู้สั่งซื้อแป้นพิมพ์ติดตั้งเครื่องสกิมเมอร์จากประเทศจีน ก่อนนำมาติดตั้งในร้านเพื่อคัดลอกข้อมูลบัตร UnionPay ของนักท่องเที่ยวชาวจีน เมื่อได้ข้อมูลบัตรและรหัส PIN แล้ว จะส่งต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ให้เครือข่ายชาวจีนที่พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา เพื่อนำไปผลิตบัตรปลอม ใช้รูดซื้อสินค้าแบรนด์เนม สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และกดเงินสด ก่อนแบ่งผลประโยชน์กันภายในเครือข่าย
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับใช้ในการได้มาซึ่งข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้ปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับใช้ชำระค่าสินค้า บริการ หรือเบิกถอนเงินสด ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศต่อไป


