xs
xsm
sm
md
lg

สนง อัยการสูงสุด เดินหน้าโครงการ DELTA รวบรวมหลักฐานที่ใช้เอาผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"จตุพร"รองอัยการสูงสุด ถกผู้แทนหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เดินหน้าโครงการ DELTA ยกระดับการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จากธนาคารพาณิชย์เพื่อใช้ดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานรองรับการบริหารจัดการพยานเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Evidence & Legal Trust Alliance) หรือโครงการ DELTA เพื่อยกระดับในการรวบรวมพยานหลักฐานจากธนาคารพาณิชย์สำหรับใช้ดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, บริษัท ไทยดิจิทัล ไอดี จำกัด, ธนาคารพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 902 ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ 

รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะพยานหลักฐานจากธนาคาร วิธีการและขั้นตอนการรับ – ส่งพยานหลักฐาน เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการดำเนินงาน ตลอดจนความน่าเชื่อถือและผู้รับผิดชอบในแต่ละกระบวนงาน รับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเอกสารคำอธิบายศัพท์ ขั้นตอนการเปิดบัญชีเงินฝากและการทำธุรกรรม รวมถึงหลักเกณฑ์การรับฟังพยานหลักฐานในชั้นศาลเพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติร่วมกันให้มีความชัดเจนเป็นมาตรฐาน และเหมาะสมกับการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ทั้งนี้ อัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานพนักงานอัยการในการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Coordination Center for Technology Crimes) หรือศูนย์ CCTC เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยให้อยู่ในสังกัดของสถาบันนิติวัชร์ มีเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์เป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีหน้าที่ในการพัฒนาและส่งเสริมพนักงานอัยการในด้านการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ และบุคคลทั้งภายในและภายนอกสำนักงานอัยการสูงสุดและต่างประเทศ ให้คำแนะนำ คำปรึกษา เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงสังเกตการณ์การสืบสวน สอบสวน รายงานสภาพปัญหาที่มีผลต่อการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมายทั้งของพนักงานอัยการและหน่วยงานของรัฐ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามที่อัยการสูงสุดมอบหมาย