xs
xsm
sm
md
lg

ก.อ.โยกย้ายเเต่งตั้งอัยการ 657 ตำเเหน่ง “สุรเชษฐ์” นั่งอธิบดีคดีพิเศษ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์  เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ
ก.อ.โยกย้ายเเต่งตั้งอัยการ 657 ตำเเหน่ง “สุรเชษฐ์” นั่งอธิบดีสำนักงานคดีพิเศษ ”ธีระวัฒน์“นั่งอธิบดีสำนักงานคดีอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาที่ห้องประชุมคณะกรรมการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารศูนย์ราชการ ฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ ประธานคณะกรรมการอัยการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีวาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการครั้งที่ 9/2569 แต่ตั้งเเต่ระดับ รองอัยการสูงสุด 7 ตำเเหน่ง ระดับผู้ตรวจการอัยการอัยการ 9 ตำเเหน่ง ระดับอธิบดีอัยการ 55 ตำเเหน่ง ระดับรองอธิบดีอัยการ 85 ตำเเหน่ง ระดัยอัยการพิเศษฝ่าย 130 ตำเเหน่ง ระดับ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ 69 ตำเเหน่ง ระดับอัยการชั้น 5 (อัยการผู้เชี่ยวชาญ) 83 ตำเเหน่ง ระดับอัยการชั้น4 (อัยการประจำจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด) 90 ตำเเหน่งอัยการชั้น3 (รองอัยการจังหวัด) 92 ตำเเหน่ง
โยกย้ายอัยการอาวุโสเดิม 34 ตำเเหน่ง เเต่งตั้งอาวุโสใหม่ 83 ตำเเหน่ง

โดยการเเต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีบัญชีรายชื่ออัยการชื่อดัง เเละตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้

แต่งตั้งโยกย้าย นายชาติ ชัยเดชสุริยะ ผู้ตรวจการอัยการ ขึ้นเป็นรองอัยการสูงสุด อาวุโสลำดับ 3 (คิว อสส.ปี2571)

แต่งตั้งโยกย้าย นายนิติ สุขเจริญ อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ขึ้นเป็นผู้ตรวจอัยการ (คิว อสส.ปี 2572)

ขยับนายมงคล ไชยสิงห์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ไปเป็นอธิบดีอัยการภาค 2

ขยับนายธีระวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงานภาค 1 ไปเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา

ขยับ นายวรวิทย์ สัมพัฒนวรชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี ไปเป็นอธิบดีอัยการภาค 7

ขยับ นายสมคิด สายเจริญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญามีนบุรี ไปเป็นอธิบดีอัยการภาค 1

ขยับนายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร ไปเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ

แต่งตั้งโยกย้ายนายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ขึ้น เป็นอธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สคช.

สำหรับบัญชีรายชื่ออัยการชื่อดัง เเละตำแหน่งที่น่าสนใจที่ยังไม่ขยับ อยู่ที่เดิมมีดังนี้
นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4
ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน

ส่วนอัยการที่ไปเป็นอัยการอาวุโส
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สคช. ไปเป็นอัยการอาวุโส ที่ สคช.

สำหรับการโยกย้ายแต่งตั้งครั้งนี้ ตำแหน่งที่น่าจับตามองมากที่สุด ยังคงเป็นตำเเหน่งอธิบดีอัยการคดีพิเศษ ที่ล่าสุด ก.อ.ผ่าน นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ ขึ้นนั่งเป็นอธิบดีอัยการคดีพิเศษ

เนื่องจากสำนักงานดังกล่าวมีสำนวนคดีสำคัญมูลค่าทุนทรัพย์สูง มีผลกระทบเเละผู้เสียหายจำนวนมาก ถือว่ามีบทบาทเป็นสำนักงานสำคัญ

ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานคดีพิเศษประสบปัญหาในการดำเนินคดีสำคัญหลายคดี อย่างเช่นมีคดีใหญ่ที่ฟ้องขึ้นสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลเเล้ว 2 คดี ปรากฎว่่ามีปัญหาในการว่าความคดีในชั้นศาล จนอัยการสูงสุดมีคำสั่งเปลี่ยนคณะทำงานเอง

สำหรับนายสุรเชษฐ์ อดีตเคยเป็นลูกหม้อคดีพิเศษ มีความเชี่ยวชาญทั้งคดีฟอกเงิน เเละคดีเศรษฐกิจสำคัญ ถือเป็นอัยการที่ผู้บริหารหลายคนที่ผ่านมา จนคนปัจจุบันเเละว่าที่ อสส.คนต่อไปให้ความไว้วางใจ เรียกกันว่าถูกวางตัวไว้นาน ผู้ใหญ่รัก รวมถึงยังเป็น ก.อ.สายเลือกตั้งที่ได้รับการเลือกเข้ามาด้วยคะเเนนสูงสุดในครั้งที่ผ่านมา รับผิดชอบดูเเลสำนักงานสำคัญเเละพิสูจน์ฝีมือเเก้ปัญหาที่ค้างไว้ได้หรือไม่

ส่วนสำนักงานคดีอาญา ที่ดูเเลพื้นที่ กทม.เเละรับสำนวนทั่วประเทศจากกองปราบได้นายธีระวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ เข้ามาบริหาร เชื่อว่า ในเรื่องการบริหารจัดการของสำนักงานคดีอาญาจะมีการปรับเปลี่ยนไม่น้อย เนื่องจากนายธีรวัฒน์ ขึ้นชื่อในเรื่อวการบริหารจัดการ เคยเป็นอดีต เลขาฯ อสส.ยุคนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ เเละถือเป็นคีย์เเมนเป็น มือวางระบบการทำงานบริหาร เเละเชี่ยวชาญงานคดี รวมถึงการเชื่อมกับหน่วยงานอื่นๆในเรื่องการเจรจาเรื่องงบประมาณ เเคล่วคล่องว่องไว เเละสืบสานพัฒนาปรับภูมิทัศน์อาคารสถานที่ต่อจากจากนายกรุณา พันธุ์เพ็ชร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา เนื่องจากมีคอนเนคชั่น หลากหลายถือเป็นมือประสานสิบทิศของอัยการ จบการศึกษาโรงเรียนสวนกุหลาบ OSK รุ่น 99 รุ่นน้องนายโกวิท ศรีไพโรจน์ ว่าที่ อสส.

ส่วนอัยการภาค 7 ซึ่งเป็นถิ่นเดิมของ นายสุวิช ชูตระกูล อดีตกรรมการอัยการคนดัง เเละมีพื้นที่บางจังหวัดติดกรุงเทพฯ ได้เเม่ทัพใหม่ นายวรวิทย์ สัมพัฒนวรชัย อัยการรุ่น 100 ปี ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องคดีอาญา

ส่วนอัยการภาค 1 มีความสำคัญมากเนื่องจากในเขตพื้นที่หลายจังหวัดในภาค1 ติดกับกรุงเทพฯ เเละเดินทางไม่ไกล เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่มีคดีสำคัญออกหน้าสื่อจำนวนมาก ได้นายสมคิด สายเจริญ อัยการรุ่น 100 ปี จากสำนักงานอาญามีนบุรีไปบริหารถือว่าเหมาะสม เนื่องจากผ่านงานสายคดีมาอย่างโชกโชน เคยอยู่สำนักงานหลัก อย่างสำนักงานอัยการคดีอาญา เเละเคยเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ซึ่งเป็นประเภทคดีใหญ่ที่มีความสลับซับซ้อน เป็นคนมีความสามารถ และให้ความเป็นธรรมกับประชาชน

ในส่วนพื้นที่อีสานตอนบนหรือภาค 4 นายประยุทธ เพชรคุณ ฉายานักรบภูธร ยังไม่ยอมขยับ หลังช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาสร้างผลงานในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการคดีในภาค4 ซึ่งเป็นภาคที่ปริมาณคดีมากที่สุดของประเทศ โดยสามารถลดสำนวนคดีค้างเป็นอันดับ 1 ของประเทศ 2 ไตรมาสซ้อนของสำนักงานอัยการทั่วประเทศ

นอกจากงานคดีที่มีบทบาทเด่นเเละเชี่ยวชาญเเล้ว เป็นอดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดคนดัง เเละเคยเป็นรองโฆษกอัยการมา 8 ปีซ้อน ได้รับการชื่นชมเรื่องสื่อสารภาษากฎหมายที่กระชับและเข้าใจง่าย รับหน้าที่แถลงคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและคดีใหญ่สะเทือนขวัญ สำคัญหลายคดี ให้กับสื่อมวลชนและประชาชนเข้าใจชัดแจ้ง รวมถึงมีบทบาทการสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือขององค์กร ถือเป็นอัยการที่ได้รับความนิยมชมชอบจากพี่น้องอัยการ ด้วยนิสัยเป็นคนง่ายสบายๆ ไม่ถือตัว จึงเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป ดูได้จากผลการเลือกตั้ง ก.อ.ที่เคยได้อันดับ 1 หรือกรรมการเนติบัณฑิตยที่ผ่านมาที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 ด้วยคะแนนท่วมท้น ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันจนมีการเปลี่ยนแปลงเสื้อครุยของพนักงานอัยการซึ่งอัยการทั่วประเทศจะเริ่มใช้1 เม.ย. 2569

ในส่วนงานด้านการสอบสวนของอัยการ ดร. วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ฉายาอัยการFBI ก็ยังไม่ยอมขยับเก้าอี้เช่นกัน เนื่องจากสำนักงานดังกล่าว เป็นสำนักงานสำคัญ สำนักงานหลัก ที่มีบทบาทเข้าไปสอบสวนคดีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีองค์กรอาชญกรรมข้ามชาติ คดีพิเศษเเละคดีสำคัญอื่นๆ คดีเกี่ยวกับความผิดนอกราชอาณาจักร คดีตาม พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหายฯ ซึ่งเป็นภารกิจที่ ดร.วัชรินทร์อยากจะสานงานต่อ

ซึ่งที่ผ่านมา ดร.วัชรินทร์เ ป็นอัยการมีฝีมือ เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีบทบาทหลักในการกำกับดูแลคดีสำคัญเหล่านี้ ซึ่งเป็นคดีที่สนใจของสังคม เช่น คดีคลิปเสียงสินบนทองคำ คดีคลิปเสียงฮุนเซนสั่งการยิงระเบิดของกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีสำคัญต่างๆ

ดร.วัชรินทร์ ยังเป็นอาจารย์ผู้บรรยายในมหาวิทยาลัย เเละโรงเรียนนายร้อยตำรวจรวมถึงการอบรมหลักสูตรต่างๆ ยาวนานกว่า 20 ปี มีลูกศิษย์ลูกหาในวงการกฎหมายจำนวนมาก รวมถึงส่วนตัวเป็นคนใจกว้างชอบเล่นดนตรี มีเพื่อนฝูงมาก เเละรักความยุติธรรม ไปอบรมหลักสูตรสำคัญๆทั้งในเเละนอกหน่วยงานเช่นหลักสูตรอธิบดีอัยการ หรือหลักสูตร บยส.รุ่น27 ของศาลยุติธรรม ก็ได้เป็นประธานรุ่น ถือเป็นอัการคนเเรกที่ได้เป็นประธานรุ่น บยส.

ระหว่างอยู่ในตำเเหน่งอธิบดีอัยการสอบสวน ยังพลิกบทบาทของอัยการสอบสวนโดยสั่งการให้พนักงานอัยการสืบสวนสอบสวนดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักลอบขนเกล็ดลิ่น (ตัวนิ่ม) เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นคดีเเรกที่อัยการนำกำลังจับกุมผู้ต้องหาเอง อันเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายในคดีความผิดนอกราชอาณาจักรและตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการ

รวมถึงยังมีเเนวคิดผลักดันเปิดตำเเหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนของอัยการ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและต่อเนื่องในการรวบรวมพยานหลักฐาน หรือสะกดรอย จะช่วยให้การทำคดีข้ามชาติ คดีการเงินซับซ้อน หรือคดีอุ้มหายทรมาน ดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งกำลังหลักจากหน่วยงานอื่นอย่างเดียว
ที่ผ่านมาเคยถูกเเต่งตั้งเป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ทำหน้าที่แถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบในคดีสำคัญ

ส่วนงานช่วยเหลือประชาชนของอัยการการโยกย้ายครั้งนี้ก็น่าจับตามอง เพราะ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สคช. ซึ่งที่ผ่านมามีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ให้เข้าถึงสิทธิ์และความยุติธรรมทางกฎหมายแก่ประชาชนในหลายเคสสำคัญที่ ผ่านมารวมถึงเหตุการณ์สูญเสียต่างๆ หมดวาระบริหารไปเป็นอัยการอาวุโส

ซึ่งผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว ขอให้นายโกศลวัฒน์ อยู่ช่วยสำนักงาน สคช. เพื่อสานต่องานช่วยเหลือประชาชน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เนื่องจาก ถือเป็นต้นแบบในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรอัยการเลยทีเดียว

โดยสามารถดูบัญชีรายชื่อเเต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมด ได้ตามลิงก์
https://drive.google.com/file/d/1X1JkhzbeGIpj_AkVYUMFgk6zxIMIfHjt/view

นายชาติ ชัยเดชสุริยะ ผู้ตรวจการอัยการ ขึ้นเป็นรองอัยการสูงสุด อาวุโสลำดับ 3

นายธีระวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงานภาค 1 ไปเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา

นายสมคิด สายเจริญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญามีนบุรี ไปเป็นอธิบดีอัยการภาค 1

นายวรวิทย์ สัมพัฒนวรชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี ไปเป็นอธิบดีอัยการภาค 7

นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์  เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ



ดร. วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนัก,งานการสอบสวน



นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สคช. ไปเป็นอัยการอาวุโส