อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ส่งทนายยื่นหนังสือ 4 ฉบับถึง "อสส." และผู้เกี่ยวข้อง คัดค้านคำสั่งโยกย้าย ชี้ไม่เป็นธรรมและส่อขัดกฎหมาย พร้อมขอให้ ก.อ.ชุดใหญ่ทบทวนมติ ลั่นหากยังยืนยันคำสั่งเดิม เตรียมดำเนินคดีตามมาตรา 157
วันนี้ (20 ก.ค.)ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความชื่อดังและอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบอำนาจจาก นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 เดินทางหอบเอกสารหลักฐานสำคัญยื่นหนังสือคัดค้านและร้องขอความเป็นธรรมอย่างเป็นทางการ กรณีถูกคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการอัยการ (ก.อ.โต๊ะเล็ก) มีมติโยกย้ายไม่เป็นธรรมและส่อขัดต่อกฎหมาย
ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ นายอภิวัฒน์ได้ยื่นหนังสือแยกเป็น 4 ฉบับส่งตรงถึงอัยการสูงสุด, นายโกวิท ศรีไพโรจน์ ว่าที่อัยการสูงสุดคนใหม่, ประธานคณะกรรมการอัยการ และอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ เพื่อขอให้ทบทวนมติเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีมติเห็นชอบเสนอให้โยกย้ายนายเนธิภัททิก์ ออกจากตำแหน่งเดิม ไปดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองนครสวรรค์
นายอภิวัฒน์ ระบุว่า การสั่งย้ายครั้งนี้ถือเป็นการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมและไม่มีเหตุผลรองรับ เนื่องจากนายเนธิภัททิก์ เพิ่งมาดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการปราบทุจริตภาค 5 ได้เพียง 1 ปีเศษ และไม่ได้มีพฤติการณ์กระทำความผิดใด ๆ อีกทั้งไม่ได้ยื่นแสดงความจำนงหรือกรอกสัดส่วนขอย้ายไปที่ใดเลย แต่ปมเหตุแท้จริงที่ทำให้ถูกสกัดขาเก้าอี้และสั่งย้ายครั้งนี้ เชื่อมั่นว่ามาจากกรณีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญที่นายเนธิภัททิก์ ทำหน้าที่เป็นทนายแผ่นดิน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. และ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับ อดีตอธิบดีอัยการรายหนึ่ง
สำหรับพฤติการณ์ของอดีตอธิบดีรายดังกล่าว ได้แอบนำเงินสินบนมูลค่า 400,000 บาท มาเสนอจ่ายให้นายเนธิภัททิก์ เพื่อวิ่งเต้นแลกกับการสั่ง "ไม่ฟ้อง" ผู้ต้องหาข้าราชการระดับสูงในองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ รวม 3 ราย ถูก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. สนธิกำลังซ้อนแผนจับกุมในปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ” ข้อหาเรียกรับเงินค่าต่อเติมร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมื่อปลายปี 2567 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ชุดใหญ่เพื่อลงมติพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการอย่างเป็นทางการ ทางฝั่งทนายความและนายเนธิภัททิก์หวังว่า ก.อ.ชุดใหญ่จะมีมติถอดถอนและคว่ำมติของคณะอนุกรรมการชุดเล็ก เพื่อปกป้องคนดี แต่หาก ก.อ.ชุดใหญ่ยังคงดันทุรังยืนยันตามมติเดิมอย่างน่าสงสัย ฝ่ายกฎหมายก็เตรียมพร้อมที่จะใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อเอาผิดทางกฎหมายในมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดทันที


