MGR Online - ดีเอสไอ เผย 22 ก.ค. “คดีลุงเปี๊ยก” ถูกตำรวจอรัญประเทศ คุมบังคับทรมาน สารภาพฆ่าป้าบัวผันเตรียมส่งฟ้อง “ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2
จากกรณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรม (ดีเอสไอ) และมีอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้กำกับการสอบสวนของดีเอสไอ ร่วมกันดำเนินการสอบสวนในคดีพิเศษที่ 9/2567 หรือ กรณีนายปัญญา คงแสนคำ (ลุงเปี๊ยก) ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จำนวน 8 ราย ดำเนินคดีอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (การคลุมถุงดำลุงเปี๊ยก ปรับอุณหภูมิแอร์ให้หนาวเย็น เพื่อให้ลุงเปี๊ยกรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าป้าบัวผัน) ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ กระทั่งวันที่ 14 ส.ค.67 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ฐานกระทำการที่โหดร้ายฯ ตามมาตรา 6 และฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย ตามมาตรา 7 ส่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อมาวันที่ 19 ส.ค.68 พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ และทำหนังสือสอบถามมายังอธิบดีดีเอสไอ ได้เห็นพ้องกับพนักงานอัยการฯ สั่งไม่ฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ จึงมีผู้ต้องหาทั้งสิ้นเพียง 7 ราย ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
วันนี้ (19 ก.ค.) รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าในคดีพิเศษที่ 9/2567 กรณีนายปัญญา คงแสนคำ (ลุงเปี๊ยก) มีผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 7 ราย ประกอบด้วย 1.ร.ต.อ.พงศภัค พลแสน รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ 2.พ.ต.ท.พิชิต วัฒโน รอง ผกก.สส.สภ.อรัญประเทศ 3.พ.ต.ท.นิติธร พิมพ์คำ สว.สส.สภ.อรัญประเทศ 4.ร.ต.อ.พชร บุญอินราทากูร รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ 5.ดาบตำรวจ ภิเศก พวงมาลีประดับ หรือดาบเศก ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.อรัญประเทศ 6.จ.ส.ต.ทวีศักดิ์ พูนสะสมทรัพย์ ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ และ 7.ส.ต.อ.ชัยศิริ สุรโฆษิต ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ ความผิดฐานกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (มาตรา 6) และฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย (มาตรา 7) โดยในวันพุธที่ 22 ก.ค.69 พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 จังหวัดระยอง ได้นัดหมายผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย เพื่อส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 จังหวัดระยอง
รายงานจากดีเอสไอ เผยอีกว่า อุปสรรคของสำนวนการสอบสวนคดีนี้ ทางพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพบว่าพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 มีการใช้เวลาพิจารณาสำนวนนานเกินไป ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ได้มีความสลับซับซ้อน เนื่องจากเป็นกรณีความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ซึ่งในชั้นสอบสวน อัยการสูงสุดก็ได้มอบหมายให้มีพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน เข้าควบคุมกำกับตรวจสอบการทำสำนวนของดีเอสไออยู่แล้ว จึงเป็นที่สังเกตว่าเหตุใดพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 จึงใช้เวลาพิจารณาตรวจสอบสำนวนนานพอสมควร
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีของลุงเปี๊ยก จะเป็นคดีแรกที่มีผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขึ้นสู่ชั้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ เนื่องด้วยก่อนหน้านี้มีเพียงสำนวนคดีที่ผู้ต้องหาเป็นครูฝึกทหาร และศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษจำคุก ได้แก่ 1.คดีการเสียชีวิตของพลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 จังหวัดระยอง ลงโทษจำเลยทหาร จำนวน 13 ราย ดังนี้ จำเลยที่ 1 (ครูฝึก) กระทำความผิดฐานกระทำการทรมาน (มาตรา 5) พิพากษาลงโทษจำคุก 20 ปี, จำเลยที่ 2 (ครูฝึก) กระทำความผิดฐานกระทำการทรมาน (มาตรา 5) พิพากษาจำคุก 15 ปี และจำเลยที่ 3-13 (ทหารเกณฑ์ซึ่งเป็นผู้ช่วยครูฝึก) กระทำความผิดฐานกระทำการทรมาน (มาตรา 5) พิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 10 ปี
และ 2.คดีการเสียชีวิตของพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 พิพากษาให้ครูฝึกทั้ง 2 ราย มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง มาตรา 36 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยที่ 1-2 คนละ 1 ปี แต่โดยทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลมีเหตุบรรเทาโทษคงจำคุกคนละ 8 เดือน และอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสองระหว่างอุทธรณ์ โดยมีหลักประกันวงเงินคนละ 60,000 บาท และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร


