MGR Online - ปปง. ดำเนินการรายคดีฉ้อโกงฯ -พนันออนไลน์ 58 รายคดี มูลค่าทรัพย์ 1,516 ล้านบาท และมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 72 รายคดี
วันนี้ (15 ก.ค.) นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. และ นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. โฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ได้ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 7/2569 ซึ่งมี นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ โดยสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้
1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 30 รายคดี ทรัพย์สิน 1,705 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 1,086 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีอื่นที่น่าสนใจ ดังนี้
1.1 รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายฯ ชื่อบัญชีนายบุลากรฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 6 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท(คำสั่ง ย. 123/2569)
1.2 รายคดีบริษัทแม็กซิมเทรดเดอร์ฯ โดยนายนีโอฮับฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือ ชักจูง โน้วน้าว จัดสัมมนาแสดงผลตอบแทน เพื่อให้ผู้เสียหายเข้ามาร่วมลงทุน ตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงกลุ่มผู้กระทำความผิดในประเทศจีน มีการถือครองทรัพย์สินแทนกัน ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินผ่านบุคคลและนิติบุคคลในลักษณะเป็นนอมินี ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 1,135 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด) รวมมูลค่าประมาณ 971 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 124/2569)
1.3 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (นายชนนพัฒฐ์ฯกับพวก) กรณีนี้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท (ย.286/2568 และ ย.81/2569) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 และคดีหมายเลขดำที่ ฟ 106/2569 ในการนี้ พบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 11 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สินค้าแบรนด์แนม ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 151/2569)
1.4 รายคดี นายประดิษฐ์ฯ กับพวก กรณีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกา กร ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 4 รายการ (ที่ดิน และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง) รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 134/2569)
2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 11 รายคดี ทรัพย์สิน 145 รายการ มูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึด และอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
2.1 รายคดี นางสาวสิฬิฬินณนีฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับกรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 2 รายการ (ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท (คำสั่ง ย.99/2569)
2.2 รายคดี นายชวิศร์ฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับกรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีพฤติการณ์แสดงตนว่าเป็นผู้วิเศษ ชักชวนทำกิจกรรมธรรมะ หลอกให้โอนเงินค่าลดกรรม โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 14 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท (คำสั่ง ย.100/2569)
2.3 กลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมไฮบริดสเกมข้ามชาติ (ชื่อบัญชี นายวิศิษฎ์ฯ กับพวก) โดยหลอกลวงผู้เสียหายผ่านช่องทางโซเซียลมีเดีย หลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ มีธุรกรรมการโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด โอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผิดปกติ มีเส้นทางทางการเงินเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และเป็นความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 33 รายการ(เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท
(คำสั่ง ย.105/2569)
3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 17 รายคดี ทรัพย์สิน 1,135 รายการ มูลค่าประมาณ 285 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
3.1 รายคดี นายธนวันต์ฯ กับพวก กรณีอ้างตัวเป็นผู้มีความรู้ศาสตร์ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย ใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการนำเสนอขายหินแกะสลักที่อ้างว่านำเข้าจากประเทศจีน และผ่านการทำพิธีปลุกเสกมาแล้ว เป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย 44 ราย) ทรัพย์สิน 105 รายการ มูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.22/2569)
3.2 รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (รายนายสันติธรฯ กับพวก) ซึ่งเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับกรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงฯ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย 32 ราย) ทรัพย์สิน 255 รายการ มูลค่าประมาณ 107 ล้านบาท (คำสั่ง ย.211/2568)


