xs
xsm
sm
md
lg

ตร.สอบแล้ว 17 ปาก คดีไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว จ่อเรียกพี่สาวเจ้าของให้ข้อมูลแทน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



รอง ผบช.น.ประชุมตามคืบหน้าคดีไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้ว 17 ปาก เตรียมเขิญพี่สาวเจ้าของร้านให้ข้อมูลแทน

วันนี้ (14 ก.ค.) ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี “ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” หลังจากที่เมื่อคืนที่ผ่านมามีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุม โดยรองผบช.น.จะออกมาให้รายละเอียดอีกครั้งภายหลังประชุมเสร็จสิ้น

ขณะที่มีรายงานว่า “พี่สาวเจ้าของร้าน” จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากตัวเจ้าของร้านขณะนี้ยังคงมีอาการบาดเจ็บสาหัส และยังรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู ตำรวจจึงเชิญพี่สาวเจ้าของร้านเข้ามาซักถามถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับร้านดังกล่าว ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ด้าน นางสาวประภารักษ์ (สงวนนามสกุล) แฟนสาวของนายภานุวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ซาวด์เอ็นจิเนียร์ประจำโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่เดินทางมาสน.พหลโยธิน เพื่อติดต่อขอรับทรัพย์สินและรถยนต์ของแฟนที่จอดไว้บริเวณหลังร้าน หลังตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถไม่ได้รับความเสียหาย แต่กุญแจรถอาจสูญหายอยู่ภายในร้านหรืออยู่กับพนักงานสอบสวน

นางสาวประภารักษ์ เปิดเผยว่า แฟนของตนทำงานเป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์ประจำร้านมานานประมาณ 3 ปีโดยทำงานประจำที่ร้าน ไม่มีวันหยุด ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน โดยรับเงินจากแคชเชียร์หลังเลิกงานทุกวัน และไม่มีสวัสดิการหรือประกันสังคม โดยใช้สิทธิบัตรทองเพียงอย่างเดียว ซึ่งแฟนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเพลิงไหม้ โดยแพทย์ระบุว่ามีแผลไฟไหม้ประมาณร้อยละ 60 ของร่างกาย และสูดดมควันเข้าไปเป็นจำนวนมาก จนเกิดภาวะไตวาย รวมทั้งบริเวณท้องเป็นแผลใหญ่ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องของการโดนแรงระเบิดหรือไม่ เนื่องจากแฟนกระเด็นออกมาข้างนอก ซึ่งขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องปลอดเชื้อ รู้สึกตัวแต่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ

นางสาวประภารักษ์ ระบุว่า ขณะนี้แฟนรักษาตัวตามสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) และได้รับแจ้งว่าเมื่อครบ 72 ชั่วโมง หรือในวันพรุ่งนี้ อาจต้องย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามสิทธิบัตรทองในจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นภูมิลำเนา แต่ครอบครัวไม่สะดวกเดินทางและกังวลอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะวิกฤต จึงเตรียมเข้าหารือกับโรงพยาบาล เพื่อขอเปลี่ยนสิทธิการรักษาจากจังหวัดลพบุรีมาเป็นกรุงเทพมหานคร พร้อมขอให้แพทย์พิจารณารักษาต่อที่โรงพยาบาลเดิมจนกว่าจะพ้นระยะอันตราย

นางสาวประภารักษ์ กล่าวว่า สิ่งที่กังวลที่สุดคือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในช่วงที่อาการยังไม่คงที่ อีกทั้งยังไม่ทราบว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่สามารถรักษาต่อภายใต้สิทธิเดิมได้ พร้อมยอมรับว่าครอบครัวมีข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย และไม่มีกำลังรับภาระค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก

แฟนสาวผู้บาดเจ็บ ยังเปิดเผยอีกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีเจ้าของร้านหรือผู้แทนของร้านติดต่อเข้ามาสอบถามอาการ หรือพูดคุยเรื่องการช่วยเหลือแต่อย่างใด แม้จะพยายามติดต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ แล้วก็ตาม

สำหรับเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ นางประภารักษ์ เล่าว่า ขณะกำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของแฟนแจ้งว่า แฟนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจากเหตุเพลิงไหม้ ตอนแรกยังไม่ทราบอาการ กระทั่งเห็นรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ จึงรีบเดินทางไปโรงพยาบาล โดยทราบภายหลังว่าแฟนสามารถเดินออกมาจากจุดเกิดเหตุได้ในช่วงแรก แต่เมื่อถึงโรงพยาบาลอาการกลับทรุดลง เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้และสูดควันเข้าไปในปริมาณมาก

นางสาวประภารักษ์ ฝากถึงเจ้าของร้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ขณะนี้สิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือการช่วยให้แฟนได้รักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลเดิมจนกว่าจะพ้นวิกฤต รวมถึงขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและครอบครัวในเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปัจจุบันต้องเดินทางระหว่างโรงพยาบาลและสถานีตำรวจทุกวัน มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเดินทางสูงกว่าวันละ 1,000 บาท พร้อมย้ำว่าจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีผู้แทนจากร้านติดต่อเข้ามาให้ความช่วยเหลือ หรือหารือแนวทางเยียวยาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นางสาวประภารักษ์ ระบุทิ้งท้ายว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรับไม่ได้กับสภาพอาการที่แฟนบาดเจ็บในขณะนี้ เนื่องจากแฟนถูกพันผ้าทั้งตัวเหลือเพียงเท้าเหมือนมัมมี่ แต่ตนจำแฟนได้ พร้อมสื่อสารกับแฟนว่าให้เข้มแข็ง เนื่องจากมีลูกสองคนรวมถึงตนรออยู่ ซึ่งแฟนทำได้เพียงแค่พยักหน้าไม่สามารถสื่อสารอย่างอื่นได้เลย