MGR Online - “ชนนพัฒฐ์” มาเงียบ! เข้ารับทราบข้อหาดีเอสไอ เพิ่มฐาน ”อั้งยี่-องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ“ จากคดีเว็บพนันออนไลน์ หลังปิดสมัยประชุมสภา
วันนี้ (13 ก.ค.) เวลา 15.40 น. ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 150/2568 ณ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ชั้น 9 ซึ่งคดีนี้เป็นกรณีที่มีการกล่าวหาผู้ต้องหา จำนวนทั้งสิ้น 27 ราย ในฐานความผิดเกี่ยวกับการให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และฟอกเงินจากเว็บพนันฯ
โดย คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีการออกหมายเรียกให้ นายชนนพัฒฐ์ มารับทราบข้อกล่าวหาในชั้นต้นแล้ว ตามฐานความผิดดังกล่าว แต่ปรากฏว่ามีการขยายผลพบเส้นทางการเงินที่ไปเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ จึงได้มีการหารือกับอัยการสูงสุด เพราะเห็นว่าความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนคดีนี้ต่อไป และมีคำสั่งให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ข้อหา ประกอบด้วย “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”
อย่างไรก็ดี หนังสือที่มีการแจ้งมาให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหานั้นตรงกับช่วงที่มีสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร กระทั่งปิดสมัยประชุมสภาเมื่อวันที่ 11 ก.ค.69 ที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุให้วันนี้ (13 ก.ค.69) นายชนนพัฒฐ์ ได้ประสานขอเดินทางเข้าพบและรับทราบ 2 ข้อกล่าวหาดังกล่าวกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ
แหล่งข่าวภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ภายหลังจะมีการปิดสมัยประชุมสภา นายชนนพัฒฐ์ ได้ประสานขอเข้าพบคณะพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อกล่าวหาตามคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุดก่อนหน้านี้ คือ “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ซึ่งในกระบวนการภายหลังจากมีการแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อผู้ต้องหาจะให้การชี้แจงตามประเด็น และข้อเท็จจริงในคดี
“ส่วนเรื่องของการขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องด้วยเป็นข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากความผิดเดิม และผู้ต้องหาเองก็ได้แสดงตนต่อหน้าพนักงานสอบสวน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงเป็นเหตุให้ไม่ต้องมีการควบคุมตัวไว้หลังจากแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ทั้งนี้ ในการสรุปสำนวนคดีดังกล่าว จะเร่งดำเนินการโดยเร็ว ต้องสรุปสำนวนพร้อมความเห็นทางคดีไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อให้อัยการสูงสุดได้ตรวจสอบสำนวนของคณะพนักงานสอบสวน และมีความเห็นต่อไป”


