"เมธา มาสขาว" เลขาธิการ ครป. สรุปข้อเรียกร้อง กกต.พิจารณาคดีฮั้ว สว.-เสนอให้ปฏิรูปและแก้ไขกฎหมาย กกต. เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. รวมทั้งการเลือกองค์กรอิสระที่มีปัญหา
วันนี้10 ก.ค. เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ห้อง 322 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีเวทีอภิปราย "มองทิศทาง 2 ปี คดีฮั้วสว." จัดโดย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมกับศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. ได้กล่าวสรุปข้อเสนอแนะ 4 ข้อเรียกร้อง ต่อกกต.และสาธารณะ ดังนี้
1.การพิจารณาคดีฮั้ว สว. ของ กกต. ขอเรียกร้องให้ กกต. ทั้ง 7 ท่าน พิจารณาเรื่องนี้ตามข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในชั้นอนุกรรมการไต่สวนและสอบสวนชุด 26 แล้ว และให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้ศาลได้ไต่สวนตามข้อเท็จจริง ซึ่งจะเป็นทางออกของประเทศและ กกต. เอง หากไม่ส่งอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.ป. กกต. มาตรา 69 และ มาตรา 149 รวมถึงกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
2.ปัญหาการเลือกองค์กรอิสระภายใต้กลุ่ม สว. สีน้ำเงิน มีข้อสังเกตว่าการเลือกองค์กรอิสระ 4-5 แห่งที่ผ่านมา อยู่ภายใต้การครอบงำของกลุ่ม สว. สีน้ำเงิน โดยเฉพาะการเลือกกกต. 4 ใน 7 คนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ และขัดต่อระบบนิติธรรม ปัญหานี้ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างระดับชาติที่จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภาในอนาคต จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง
3.ความเสียหายต่อระบบนิติรัฐและการแบ่งแยกอำนาจ คดีนี้สร้างความเสียหายต่อการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เนื่องจากการปล่อยให้พรรคการเมืองมีอิทธิพลเหนือ สว. ในการกลั่นกรองกฎหมาย การสนับสนุนรัฐบาล หรือการเลือกองค์กรอิสระ ถือเป็นการทำลายระบบนิติรัฐและสูญเสียความชอบธรรมในการคานและแบ่งแยกอำนาจปกครอง กลายเป็นการควบรวมโครงสร้างอำนาจและฮั้วกันทั้งกระดาน จึงฝากเตือนไปยังทุกพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องว่าในอนาคตอาจเข้าข่ายข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร หรือความพยายามยึดประเทศผ่านกลไกที่ไม่ชอบธรรม
4.ขอเสนอให้ปฏิรูปและแก้ไขกฎหมาย กกต. ระบบการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมามีปัญหาและย้อนกลับไปใช้กลไกของมหาดไทย เช่น กรณีมีไลน์หลุดหรือคลิปหลุดและเรื่องการตั้งนายอำเภอเป็น ผอ. เขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการกลับไปสู่ระบบเก่าที่กลไกการจัดการเลือกตั้งและการตรวจสอบยังไม่มีการแยกออกจากกันอย่างชัดเจน จึงมีข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมาย กกต. ในอนาคต เพื่อแยกกลไกการตรวจสอบออกจากอำนาจ กกต. และทำให้การเลือกตั้งทั้ง สส. และ สว. ครั้งต่อไปมีความโปร่งใสและเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง


