xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ส.รู้แล้ว ”เดียร์“ คนไทยในออสเตรเลีย ปลายทางรับเฮโรอีนแอร์สาว เผยค่าจ้างจริงเพียง 3,400 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - โฆษก ป.ป.ส.ไล่ขยายผลเฮโรอีนข้ามชาติโยงคดีแอร์สาว เผยปลายทางชื่อ “เดียร์” เป็นคนไทย รอรับพัสดุที่ออสเตรเลีย เชื่อทำเป็นขบวนการ เผยผลสอบปากคำแฟนหนุ่มของแอร์สาว ยืนยันก่อนแพ็กของใส่กระเป๋าดูด้านในแล้วไม่มีอะไร เอกซเรย์ที่สนามบินเป็นสีส้มปกติ

วันนี้ (6 ก.ค.) จ.สุราษฎร์ธานี น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนขยายผล กรณีแอร์สาวรับหิ้วกระเป๋าช้างซุกซ่อนเฮโรอีน ก่อนถูกทางการออสเตรเลียจับกุม ว่า ขณะนี้ได้แบ่งการทำงานร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องต่างๆ เช่น คดีจับกุมได้ที่กรุงเทพฯ จำนวน 3-4 คดี ปริมาณยาเสพติดเกี่ยวข้องประมาณ 26 กก. ซึ่งแบ่งตรงนี้ให้เป็นในส่วนความรับผิดชอบขยายผลของดีเอสไอ เพราะเป็นเรื่ององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หลังพบว่าไรเดอร์ (นายอุทัย) ได้รับออเดอร์จากคนต่างชาติและยังมีกรณีของสองสามีภรรยา (นายอาทิตย์ ชาวไทย และนางทัดสะพอน ชาวลาว) ที่มีการรับส่งพัสดุมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแบบสำเร็จรูป โดยรวมแล้วลักษณะการส่งพัสดุมี 2 รูปแบบ คือ ส่งผ่านไปรษณีย์ หรือส่งทางมือชนมือ

น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า กรณีนายอุทัย (ไรเดอร์ที่ส่งพัสดุไปให้ น.ส.มีนา ที่คอนโดคอนโดมิเนียมย่านบางนา) มีขบวนการค่อนข้างใหญ่ ตัวเขายืนยันว่าทำมาประมาณ 3-4 ครั้ง แต่การส่งของให้ น.ส.มีนา ถือเป็นครั้งแรก อีกทั้งเกี่ยวข้องกับเรื่องสแกมเมอร์ด้วย โดยมีการสร้างเพจอวตารและหว่านแหไปที่คนอาชีพแอร์โฮสเตสหรือคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ เพื่อให้รับหน้าที่หิ้วยาเสพติดไป เมื่อเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติจึงต้องให้ดีเอสไอรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ นอกจากนี้ ได้มีการหารือกับตำรวจ AFP เนื่องจากทราบชื่อผู้รับพัสดุปลายทาง คือ “นางเดียร์” ซึ่งเป็นคนไทย เชื่อว่าเป็นแค่ 1 ในผู้รับ เพราะสืบจากการส่งของไปยังประเทศออสเตรเลีย พบว่ามีหลายครั้งที่ปลายทางผู้รับพัสดุปรากฏชื่อ “เดียร์” พำนักอยู่ประเทศออสเตรเลียเป็น 10 กว่าปี แต่ไม่ชัวร์ว่าได้เป็นพลเมืองชาวออสเตรเลียหรือไม่ ตอนนี้กำลังสืบให้ถึงต้นตอว่าเครือข่ายใหญ่ในประเทศออสเตรเลียที่เชื่อมโยงกับนางเดียร์คือใคร เพราะคงไม่ได้มีแค่คนไทยคนนี้เท่านั้น คงทำเป็นขบวนการ

“สำหรับการสอบปากคำแฟนหนุ่มของ น.ส.มีนา ได้เชิญมาให้ถ้อยคำที่ ป.ป.ส. แล้ว และตัวเขาก็มีอาชีพการงานที่ดี โดยวันรับสิ่งของพัสดุถือขึ้นห้องพักมาแล้ว ทั้งคู่มีการช่วยกันนำของวางที่พื้น เปิดซิปทุกใบเพื่อดูแต่ก็ไม่เห็นมีอะไร เลยบรรจุสิ่งของใส่กระเป๋าเดินทางของ น.ส.มีนา เพื่อเตรียมเดินทางบินปกติ อีกทั้งในตอนที่กระเป๋าสัมภาระของ น.ส.มีนา ผ่านเครื่องเอกซเรย์ที่เมืองไทยก็พบเป็นแท่งสีส้มปกติ ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ”


โฆษก ป.ป.ส. เผยว่า ส่วนค่าจ้างที่ก่อนหน้านี้ระบุว่า น.ส.มีนา จะได้รับ 8,800 บาท หากสามารถนำส่งพัสดุไปยังปลายทางได้ แต่ล่าสุดพบตัวเลข คือ 3,400 บาท เป็นยอดเงิน 1,700 บาท จำนวน 2 ครั้ง หากส่งของไปถึงปลายทาง รวมทั้ง บัญชีธนาคารของ น.ส.มีนา มีเงินแค่ไม่กี่พันบาท ตอนนี้ยังไม่ขอลงรายละเอียด เพราะต้องสืบสวนในเชิงลึกเสร็จสิ้นก่อน สำหรับ “นางเดียร์” ที่จะต้องรอรับพัสดุจาก น.ส.มีนา ที่โรงแรม หรือที่ใดนั้น ตนยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะว่าเป็นในส่วนของทางการออสเตรเลียที่จะใช้ในการขยายผล

โฆษก ป.ป.ส. เผยอีกว่า สำหรับต้นทางพัสดุข้อมูลอาจเป็นคน สปป.ลาว ต้องเรียนว่าการขนย้ายยาเสพติด มีต้นทางอยู่สามเหลี่ยมทองคำติดกับภาคเหนือของไทย การลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศจะนำเข้าทางภาคเหนือและภาคอีสาน ทั้งกรณีบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยก่อนมาถึงประเทศไทย จากนั้นเมื่อนำเข้าได้แล้วก็จะมีการกระจายไปพักยาเสพติดไว้ในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย

“จากพยานหลักฐานในตอนนี้ ยังตอบไม่ได้ชัดเจนว่า น.ส.มีนา มีส่วนรู้เห็นกับยาเสพติดเฮโรอีนหรือไม่ เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องหลายประเด็น เช่น คำให้การของไรเดอร์นายอุทัย ที่อ้างว่าส่งให้น้องครั้งแรก จึงมองว่าน้องอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ยังต้องหาคำตอบหลายประเด็น เพื่อดูว่าไม่ตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฉะนั้น หากท้ายสุดน้องไม่เกี่ยวข้องจริงๆ สิ่งที่ทำได้ คือ ต้องเอาข้อมูลทั้งหมดที่สืบสวนสอบสวนได้มอบให้กับสถานทูตไทย กงศุลกากร และทางการออสเตรเลีย เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เนื่องจากเราก็เป็นคนไทยเหมือนกันก็ต้องดูแลกัน จะส่งข้อมูลให้ทั้งหมดเพื่อให้น้องได้ใช้ในการแก้ต่างทางคดี เพราะน้องยังไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่เป็นเพียงคนที่ถูกขังเอาไว้สำหรับดำเนินคดี”


น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวเสริมว่า ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังการใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Rose Rose" ตนมองว่าเป็นได้ทั้งคนไทย คนต่างชาติ คนออสเตรเลีย เราจะยังไม่ปักใจ เพราะว่าเป็นเพจอวตาร ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสแกมเมอร์ก็เป็นไปได้ จึงต้องขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี ไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอ หรือตำรวจ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และจะได้เอาผลลัพธ์ทั้งหมดไปหารือร่วมกันเพื่อจัดทำแผนรายงานทางคดีอีกครั้งในภายหลัง อย่างไรก็ตาม จะมีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย “หนู เฉิน” หรือไม่นั้น ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นขบวนการเดียวกันเพราะเครือข่ายยาเสพติดมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า หากดูจากร่องรอยแผนประทุษกรรม ก็อาจเป็นคนหน้าใหม่ในวงการก็เป็นไปได้ ส่วนจะรู้ผลการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง น.ส.มีนา คดียาเสพติดนั้น ในวันที่ 14 ก.ย.69 เนื่องด้วยจะต้องขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น ระหว่างนี้ต้องเร่งหาข้อมูลไปสนับสนุนช่วยเหลือน้องให้มากที่สุด