MGR Online - “ป้อม ภาวุธ” นำหลักฐานชี้แจงดีเอสไอ ตามหมายเรียกพยาน โยงเส้นทางการเงินคดี Forex เผย “ไม่ใช่ผู้ร้าย ไม่เคยชักชวนใคร แค่คนเทรด”
วันนี้ (6 ก.ค.) เวลา 14.35 น. ณ อาคารศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารซี (C) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองเทคโนโลยีและสารสนเทศ หลังเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียก ในฐานะพยานที่เกี่ยวข้องกับคดี Forex
โดย นายภาวุธ เดินทางมาพร้อมทนายความ และออกมาพูดคุยกับสื่อสั้นๆ ว่า วันนี้ตนพร้อมชี้แจงทุกอย่าง ให้โปร่งใส และได้นำหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่ เพราะข้อมูลทุกอย่างมีครบ “ผมไม่ใช่ผู้ร้าย เป็นแค่ผู้ต้องสงสัย” เมื่อถามว่าได้เป็นคนชักชวนหรือไม่ นายภาวุธ หัวเราะพร้อมบอกว่า “ผมไม่ได้ชักชวนใครเลย ผมแค่เป็นคนเทรดเฉยๆ” ก่อนจะขอตัวขึ้นไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่และจะลงมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงทุกอย่างกับสื่อมวลชนอีกครั้งหลังให้ข้อมูลเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ นายภาวุธ มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้ดูมีท่าทีกังวงแต่อย่างใด
สำหรับนายภาวุธ จะต้องชี้แจงในประเด็นที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบเส้นทางการเงินระหว่างบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด โอนเงิน 28 ล้านบาท ในวันเดียว คือ วันที่ 18 ก.ค. 67 จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท เข้าไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธ ว่าเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด ซึ่งนายภาวุธเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นการเทรดทองคำ ฉะนั้นก็ต้องมีหลักฐานการทำธุรกรรมการเทรดทองคำทั้งหมดมาแสดงต่อพนักงานสอบสวนด้วย ว่าเป็นการเทรดทองคำกับบริษัทใด ไทม์ไลน์การเทรด และผลตอบแทนในการเทรดที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริษัท หรือถือหุ้นในบริษัทที่ปรากฏความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในเส้นทางการเงินในแผนผังรูปภาพการสืบสวนของดีเอสไอ เนื่องจากแต่ละบริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ทั้งในกลุ่มของไอบี (IB) ผู้ชักชวนการลงทุน, กลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ และกลุ่มบริษัทเพย์เมนต์ เพราะมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องระหว่างกัน อีกทั้งนายภาวุธยังมีเรื่องคลิปวิดีโอร่วมประชาสัมพันธ์บอกเล่าประสบการณ์การเทรดกับบริษัท QRS Global สะสมแต้มคะแนนแลกรับโทรศัพท์อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นประเด็นที่นายภาวุธ จะต้องนำหลักฐานมาชี้แจงกับทางพนักงานสอบสวน
ต่อมา นายภาวุธ เปิดเผยหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นานกว่า 3 ชั่วโมง ว่า การเข้าชี้แจงครั้งนี้สามารถตอบคำถามได้ในหลายประเด็น โดยเฉพาะที่มาของเงินในบัญชี ซึ่งมีหลักฐานรองรับทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการเข้าพบครั้งแรก ดีเอสไอยังมีคำถามเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ทำให้ต้องกลับไปเตรียมเอกสารและข้อมูลก่อนเข้าชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง
นายภาวุธ เผยว่า สำหรับเงินหมุนเวียนกว่า 28 ล้านบาท ไม่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี เป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการเทรด ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องราว 1-2 ปี โดยมีรายได้เข้าเป็นช่วงๆ พร้อมยอมรับว่าโดยสรุปแล้วตนเองไม่ได้ประสบความสำเร็จจากการลงทุน และสุดท้ายขาดทุนจากการเทรด
นายภาวุธ ระบุว่า ส่วนกรณีมีชื่อเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ดีเอสไอเข้าตรวจสอบนั้น ปัจจุบันไม่ได้เป็นผู้บริหารบริษัทดังกล่าวแล้ว และบางบริษัทที่ถูกกล่าวถึงตนเองก็ไม่รู้จัก จึงต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้กระทบต่อบุคคลหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง สำหรับการเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสกับกลุ่มโบรกเกอร์ เป็นการใช้คะแนนสะสมจากการซื้อสินค้าแลกรางวัลเดินทาง ไม่ใช่การเดินทางในฐานะผู้บริหารหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท โดยผู้ร่วมเดินทางส่วนหนึ่งเป็นทีมงานของโบรกเกอร์ที่ตนใช้บริการเท่านั้น
นายภาวุธ ยืนยันว่า ไม่เคยชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนหรือเทรด Forex แม้จะมีคลิปวิดีโอที่ถูกนำมาเผยแพร่ แต่เป็นเพียงการเล่าประสบการณ์ส่วนตัวในการลงทุน ไม่ใช่การโฆษณาหรือชักชวน และไม่ได้รับผลประโยชน์จากบริษัทโบรกเกอร์แต่อย่างใด ทั้งนี้ หลังเข้าชี้แจงรู้สึกสบายใจมากขึ้น เพราะต้องการเข้าพบดีเอสไอตั้งแต่แรก แต่ก่อนหน้านี้ติดภารกิจประชุมสภาและกรรมาธิการ จึงเลื่อนมาเป็นวันนี้ พร้อมย้ำว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่หรือกลุ่มมิจฉาชีพ และสถานะในคดีขณะนี้เป็นเพียง พยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา
“ผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง พร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างกับเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงความโปร่งใส เงินที่เข้ามาไม่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย และผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่หรือสแกมเมอร์แต่อย่างใด” นาย ภาวุธกล่าว ทิ้งท้ายก่อนขอบคุณสื่อและเดินทางกลับ


