xs
xsm
sm
md
lg

ขึงขังทำจริง เด็ดขาด! ลั่นปราบ ขรก.ทุจริต ลุยล้างบางแก๊งโกงสอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ลุ้น “มท.”เอาจริง เด็ดขาดล้างบางแก๊งโกงสอบท้องถิ่น เผยผลสอบเริ่มต้น 5 ขรก.ทุจริต ลั่นเอาจริงล้างบาง ลุยขยายผลจัดการพี่ใหญ่เบื้องหลัง แนะปราบโกงสำเร็จก่อนพัฒนาประเทศ


เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ถึงการโกงผลสอบข้าราชการ (ขรก.) ส่วนท้องถิ่นว่า ต้องขยายผลจัดการ ขบวนการทุจริตที่ฝั่งรากลึกทำลายคุณธรรม และการพัฒนาประเทศมานานให้หมดสิ้นไป

อีกทั้งกล่าวว่า ขบวนการโกงผลสอบไม่มีใครเชื่อจะมีเพียง 5 ขรก.ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เกี่ยวข้อง ดังนั้น การสอบสวนของตำรวจต้องไม่ติดกับดักในเรื่องคลิปเสียงที่แพร่หลายในกรณีนี้ เพราะแค่สุ่มตรวจสอบมีการโกงเกินครึ่งแล้ว อีกอย่างมีการจ่ายเงินทุจริตแล้ว 9,000 คนแต่มีตำแหน่ง ขรก.รับได้ 3,000 คน จึงเป็นการหลอกต้มซ้อนต้มกัน

“ตำรวจต้องขยายผลสอบสวนเอาผิดกับขบวนการโกงผลสอบท้องถิ่น เช่นเดียวกับการขยายผลเอาผิดกับปลัดภูเก็ต (รุ่งเรือง ธิมาบุตร) เพราะการเข้ารับ ขรก. ถึง 3,000 คนแต่มีผู้จ่ายเงินโกงมากถึง 9,000 คน จึงเป็นขบวนการที่ใหญ่มาก และต้องมีการจัดการหลากหลายสาย จนทำให้บ้านเมืองมีความเสียหาย ดังนั้น ที่อ้างมี 5 คนใน สถ.ทำผิดจะขยายผลไปได้อีกหรือไม่”

นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าการสอบสวนเอาผิดขบวนการทำได้รวดเร็วแล้ว จะคืนความชอบธรรมให้คนสุจริตที่สอบได้ 3,000 คน ได้เข้าไปทำหน้าที่ ส่วนคนทุจริตก็ต้องเอาออกไป สิ่งสำคัญรัฐบาลต้องถอยไปให้ไกลที่สุดกับการตรวจสอบการสอบรับ ขรก. อื่นๆ ด้วยเพราะเรื่องนี้เป็นมะเร็งร้ายของสังคมไทย

อย่างไรก็ตาม การสอบเพื่อบรรจุ ขรก. ต้องคัดกรองให้ได้คนมีประสิทธิภาพเข้ามาทำงานรับเงินเดือนจากประชาชน ซึ่งนำมาใช้จ่ายในด้านบุคลากรมากกว่าการนำไปพัฒนาประเทศ ดังนั้น การโกงผลสอบ ขรก.ท้องถิ่นย่อมไม่มีใครรับได้แน่นอน รัฐบาลต้องทำความจริงให้ปรากฎ และการอ้างมี 5 ขรก.ทำผิดขอให้เป็นสารตั้งต้นขยายผลสอบไปจัดการขบวนการนี้ยิ่งขึ้นไปอีก

พร้อมทั้งกล่าวว่า การพัฒนาประเทศมีกรณีศึกษาจากจีนและเวียดนามได้เอาจริงเอาจังกับการจัดการทำลายคอร์รัปชั่นในประเทศก่อน จึงทำให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศและพัฒนาเศรษฐกิจได้เติบโตตามมา จากนั้นจึงปฏิรูประบบราชการโดยการยุบรวมจังหวัด

ส่วนไทยคิดแต่จะแยกจังหวัดให้มากขึ้น ขณะที่การปกครองท้องถิ่นกับส่วนภูมิภาคมีลักษณะการบริหารแบบอำนาจซ้อนอำนาจกันกันอยู่ จนทำให้ตำแหน่งราชการขยายเพิ่มซ้อนทับกัน และกระตุ้นสำนึกประชาชนให้ไปยึดติดอาชีพรับราชการมากกว่าประกอบธุรกิจส่วนตัวเพื่อพัฒนาประเทศ

“ดังนั้น ไทยต้องเด็ดขาดในการปราบทุจริต เพราะถ้าไม่จัดการในเรื่องนี้แล้ว ก็อย่าไปคิดในเรื่องอื่นๆ เพราะไม่มีสำเร็จ สิ่งสำคัญไทยมีความพร้อมทั้งสาธารณูปโภคในด้านการลงทุนมากกว่าเวียดนาม แต่ไทยขาดเสถียรภาพด้านการเมืองการปกครองจึงฉุดดึงการสร้างอนาคตของประเทศ ประชาชนไม่ได้รับการพัฒนา”