xs
xsm
sm
md
lg

ป.คุมอดีตเขยโหด ฆ่ายกครัว 3 ศพ ชี้จุดฝังอำพรางศพในไร่มันนครสวรรค์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



กองปราบคุมตัวอดีตลูกเขยโหด ฆ่ายกครัว 3 ศพ "พ่อ-แม่-ลูก" พาชี้จุดฝังอำพรางในไร่มันนครสวรรค์ เจ้าตัวอ้างป้องกันตัว หลังผู้ตายมาเจอขณะกำลังลักทรัพย์ในบ้าน


วันนี้ (2 ก.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 ก.ค. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ และ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. นำกำลังควบคุมตัว นายสามารถ  อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่า 3 ศพ พ่อแม่ลูกชาวบ้าน อ. ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ไปชี้จุดฝังศพในพื้นที่ ไร่มันสำปะหลัง ม. 6 บ้านโคกตักน้ำ ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์
หลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. สามารถตามจับกุมตัวนายสามารถ ผู้ต้องหารายนี้ได้ในพื้นที่ เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ตำรวจ สภ.ไพศาลี ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ว่านายหวย อายุ 78 ปี นางติ๋ม  อายุ 69 ปี และ น.ส.ภิวัฒน์พร  อายุ 43 ปี 3 พ่อแม่ลูก ได้หายตัวไปจากบ้านพักอย่างปริศนา หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านพัก เลขที่ 542 ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม. 8 เมื่อไปถึงพบประตูหน้าบ้านถูกล็อคจากภายนอก ภายในบ้านไม่พบเจอบุคคลใด พบเพียงสายไฟกล้องวงจรปิดที่ถูกตัดทำลาย เช่นเดียวกับไม้กั้นห้องครัวมีร่องรอยถูกงัด เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดส่วนที่เหลือก็พบว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.30 น. ของวันที่ 30 มิ.ย. ได้มี นายสามารถ อดีตแฟนหนุ่มของ น.ส.ภิวัฒน์พร ลักลอบเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าวก่อนจะขับรถยนต์ออกไป จึงเชื่อได้ว่าผู้เสียหายทั้งสามคน ได้ถูก นายสามารถ ลักพาตัวไปด้วย

หลังจากนั้นตำรวจ สภ.ไพศาลี จึงประสานข้อมูลสืบสวนร่วมกับตำรวจ กก.4 บก.ป. เพื่อเร่งติดตามหาตัวนายสามารถ เพราะเชื่อว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ 3 ผู้สูญหาย กระทั่งทราบว่า หลังออกจากบ้านพักของผู้สูญหายทั้ง 3 ราย นายสามารถได้ขับรถยนต์มาจอดทิ้งไว้บริเวณถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ ม. 14 ต.คลอง 6 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนจะเดินทางต่อมากบดานในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเปิดห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยาเป็นที่ซ่อนตัว เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. จึงนำกำลังเข้าควบคุมตัวได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาก่อนนำตัวมาสอบปากคำ 

โดย นายสามารถ ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุฆ่าบุคคลทั้ง 3 จริง โดยก่อเหตุตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.69 ต่อเนื่อง 30 มิ.ย. ก่อนนำศพไปซ่อนอำพราง

นายสามารถ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยคบหากับ น.ส.ภิวัฒน์พร หนึ่งในผู้ตาย ก่อนจะเลิกรากันไป แต่เนื่องจากตนเองมีหมายจับคดีลักทรัพย์ติดตัวไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน จึงแอบย้อนกลับไปที่บ้านที่เกิดเหตุในเวลากลางคืน เพื่อจะไปขโมยเงินอีกรอบ เมื่อไปถึงก็ได้ถอดกล้องวงจรปิด ถอดเมมโมรี่การ์ดออก ก่อนหยิบมีดในห้องครัวเหน็บเอวไว้ เพื่อป้องกันตัวระหว่างขโมยทรัพย์สิน ระหว่างนั้น ผู้ตายทั้ง 3 คนเดินออกจากห้องมาพบเห็นเข้าพอดี พร้อมกับง้างมีดดาบจะฟันใส่ ตนจึงตัดสินใจใช้อาวุธมีดที่พกติดตัวแทงสวนจนเสียชีวิตทั้ง 3 ราย ก่อนนำศพทั้งหมดขนขึ้นรถกระบะ แล้วนำไปฝังที่สวนมันสัมปะหลัง ห่างจากบ้าน 1-2 กิโลเมตร แล้วขับรถหนีไป

นายสามารถยังยอมรับอีกว่า เคยแอบเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านของผู้ตายมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรก เมื่อ วันที่ 21 เม.ย.69 ได้เงินไป 114,000 บาท และ ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ปีเดียวกัน ได้เงินไป 32,000 บาท จึงย่ามใจกลับมาก่อเหตุอีกครั้งจนนำมาสู่การฆาตกรรมยกครัวดังกล่าว

อย่างไรก็ตามหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายสามารถ ผู้ต้องหารายนี้เดินทางไปยังไร่มันสัมปะหลัง ซึ่งเป็นจุดที่อ้างว่าเป็นที่ฝังศพผู้ตาย พร้อมประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย และ เจ้าหน้าที่ พฐ. ค้นหาศพ ก่อนพบศพของผู้ตายทั้ง 3 ราย ถูกฝังดินอำพรางอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพ


เมื่อไปถึงนายสามารถ ได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอโอกาส จุดโทษไหว้ขอขมาศพ พร้อมกับร้องไห้เสียใจกล่าวคำขอโทษ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการขุดเปิดหน้าดินเพื่อนำร่างของผู้ตายทั้ง 3 รายขึ้นมา

เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนขันสูตรพลิกศพแล้วนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายสามารถ เดินทางต่อไปยังบ้านเลขที่ 542 ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม. 8 ต.ไพศาลี อ.ไพศาลี ซึ่งเป็นบ้านพักของผู้ตาย และ เป็นสถานที่เกิดเหตุ เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยให้นายสามารถ เดินพาไปชี้จุดต่าง ๆ ที่เป็นหลักฐานทางคดี


รายงานว่า จากแนวทางสืบสวนเจ้าหน้าที่พบเบาะแสสำคัญว่าการก่อเหตุฆาตกรรมดังกล่าวอาจไม่ได้มีเพียงเหตุซึ่งหน้าตามที่ผู้ก่อเหตุกล่าวอ้าง เนื่องจากพบข้อมูลจากโทรศัพท์ของผู้ต้องหาว่า เคยมีการศึกษาวิธีการใช้อาวุธมีดทำร้ายคนโดยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สอดคล้องกับข้อมูลสืบสวนที่พบว่า เจ้าตัวมีความโกรธแค้นครอบครัวผู้ตายเกี่ยวกับกรณีที่เคยถูกผู้ตายแจ้งความดำเนินคดีลักทรัพย์จนทำให้มีหมายจับติดตัว

นอกจากนี้ยังพบว่า หลังก่อเหตุเสร็จเจ้าตัวไม่ได้มีความสลดหรือเสียใจ แต่กลับนัดพบกิ๊กสาวที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ก่อนพาไปเที่ยวที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ภายหลังถูกจับกุม นายสามารถ ยังให้การยอมรับว่า หลังแทงผู้ตายทั้ง 3 คนเสียชีวิต ตนได้ถอดแหวนทองของ แม่ยาย พกติดตัวไปด้วย ก่อนนำไปขายที่ร้านรับซื้อทองแห่งหนึ่งใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หลังถูกจับกุมตัว ในช่วงระหว่างควบคุมตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา นายสามารถ ผู้ต้องหารายนี้ พยายามจะฆ่าตัวตาย แต่ไม่เป็นผล หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ไม่ให้คลาดสายตา ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องหา