รอง ผบช.ก.บินด่วนลงใต้ ลุยสอบปลัดจังหวัดภูเก็ต ด้านเจ้าตัวยังปิดปากเงียบ เผยพฤติกรรมแอบอ้างผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก่อนเรียกรับเงินเหยื่อช่วยสอบบรรจุรับราชการ
วันนี้ ( 27 มิ.ย.) ที่ สภ.เมืองสงขลา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. เดินทางมาสอบปากคำนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ด้วยตัวเอง
โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า เรื่องนี้เป็นคดีค้างเก่า หรือเชื่อมโยงกับคดีโกงข้อสอบในตอนนี้อย่างไรบ้าง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่าตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ขอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน เดี๋ยวจะมีการแถลงข่าวเร็ว ๆ นี้
ส่วนการสอบปากคำมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ก็เป็นการสอบถามอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ให้ข้อมูลอะไร ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะขยายผลเพิ่มเติมต่อไป
ทั้งนี้มีรายงานว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ปปป.รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นคดีอาญา กรณีเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ผู้กล่าวหารวม 3 คน ส่วนผู้ต้องหาคือ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต
จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายรู้จักกับนายรุ่งเรืองมาตั้งแต่ปี 2563 ขณะที่นายรุ่งเรือง เป็นนายอำเภออยู่ที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยผู้เสียหายเคยสมัครสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ได้
ต่อมาเมื่อเดือน มี.ค. 2568 ผู้เสียหายพร้อมเพื่อนอีก 2 คน เดินทางไปพบนายรุ่งเรือง ที่บ้านพักใน จ.สงขลา เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น นายรุ่งเรือง อ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบติดได้ เนื่องจากรู้จักผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 3 แสนบาท รวมเป็นเงิน 9 แสนบาท
หลังจากรวบรวมเงินได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้กล่าวหาได้นำเงินสดจำนวน 9 แสนบาท บรรจุในถุงกระดาษส่งมอบผ่านบุคคลใกล้ชิดของ นายรุ่งเรือง ที่บ้านเจาะวา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ทราบด้วยว่า ผู้เสียหายนั้นสมัครสอบในตำแหน่งนักวิชาการจัดเก็บรายได้
ต่อมาเมื่อประกาศผลกลับไม่พบรายชื่อผู้สอบผ่าน ผู้เสียหายจึงติดต่อสอบถามนายรุ่งเรืองผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งได้รับคำตอบว่า “ทราบแล้ว ให้รอสอบครั้งหน้าอีก” พร้อมรับปากว่าจะคืนเงินให้ กระทั่งได้รับแจ้งว่าจะมีเงินโอนเข้าบัญชี
ภายหลังผู้เสียหายทราบว่า นายรุ่งเรือง มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากบุคคลอื่นลักษณะเดียวกัน จึงเกรงว่าเงินที่ได้รับคืนอาจเป็นเงินของผู้เสียหายรายอื่น อีกทั้งเห็นว่าการกล่าวอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบบรรจุได้ไม่น่าเป็นไปได้ จึงเข้าแจ้งความ บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดจริง อีกทั้งเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ ก่อนเข้าจับกุมนายรุ่งเรืองในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


