xs
xsm
sm
md
lg

นครบาลจัดโครงการ "ประกวดสถานีลดอุบัติเหตุ" ยกระดับความปลอดภัยบนถนน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online-รอง ผบช.น.เป็นประธานการประชุม "โครงการประกวดสถานีตำรวจลดปัญหาอุบัติเหตุฯ ปี 2569" จับมือ คศป.ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน เปิดโอกาสให้ 88 สน.คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือมาตรการแก้ไขปัญหา ชนะเลิศรับโล่รางวัลจากนายกฯ พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท

วันนี้ (26 มิ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (นครบาล) พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น.เป็นประธานการประชุม "โครงการประกวดสถานีตำรวจลดปัญหาอุบัติเหตุและสร้างนวัตกรรมบนท้องถนน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2569" โดยมี นายวิชาญ มีชัยนันท์ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการส่งเสริมความปลอดภัย ป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน (คศป.) พร้อมด้วย รอง ผบก.น.1-9 รับผิดชอบงานจราจร เข้าร่วมประชุม พร้อมมอบหมวกนิรภัยให้ บก.น.1-9 จำนวน บก.น.ละ 100 ใบ

บช.น.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.และ พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานจราจร ให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยทางถนน โดยมุ่งส่งเสริมการป้องกันและลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจ กรุงเทพมหานคร ภาคเอกชน และภาคประชาชน

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง บช.น.และ คศป.เปิดโอกาสให้ บก.น.1-9 และทั้ง 88 สน.คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมสังคม หรือมาตรการเชิงพฤติกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน โดยอาศัยการวิเคราะห์ฐานข้อมูลดิจิทัล สถิติจุดเสี่ยง และพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน เพื่อให้เกิดมาตรการเชิงรุกที่สามารถนำไปขยายผลเป็นต้นแบบได้จริง

สำหรับหลักเกณฑ์การตัดสิน แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ แผนงาน โครงการ และการบริหารจัดการเชิงรุก 70 คะแนน และผลสัมฤทธิ์ด้านการลดอุบัติเหตุจากข้อมูลทางสถิติ 30 คะแนน รวม 100 คะแนน โดยรางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัลจากนายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รับโล่รางวัลจาก ผบ.ตร.พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 รับโล่รางวัลจาก ผบช.น.พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท

บช.น.ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน หากพบเหตุฉุกเฉิน อุบัติเหตุ หรือปัญหาการจราจร สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สายด่วน 191 หรือ 1197 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที.