คอมมานโดตามรวบ “กาย พัทยา” ร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สวมรอยเจ้าหน้าที่ทรู-ตำรวจ โทร.ขู่นักศึกษาอ้างติดคดีฟอกเงินให้จีนเทา-ตุ๋นแม่เรื่องทุนต่างประเทศ หลอกโอน 1.4 ล้านบาท
วันนี้ (19 มิ.ย.) พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ.พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังจับกุม นายภาณิน หรือ กาย อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.746/2568 ลงวันที่ 30 ก.ค. 68 ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยประการที่รู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญา” ได้บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน ต.หันตา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2568 คนร้ายได้โทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัท ทรู และแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวหาว่า ผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการบัญชีม้าและการฟอกเงินให้แก๊งจีนเทา จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ที่ใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์คล้ายหน่วยงานราชการ พร้อมส่งเอกสารคดีปลอมและข้อมูลอันเป็นเท็จมาแสดง อีกทั้งยังใช้วิธีข่มขู่ กดดัน ให้หวาดกลัว โดยอ้างว่า หากไม่ให้ความร่วมมืออาจส่งผลเสียต่อประวัติส่วนตัว การศึกษา การทำงาน และความปลอดภัยของครอบครัว พร้อมกำชับให้ผู้เสียหายเปิดกล้องตลอดเวลา ห้ามวางสาย และห้ามปรึกษาบุคคลอื่น
ต่อมาคนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายเปิดเผยข้อมูลบัญชีธนาคารและยอดเงินคงเหลือ โดยอ้างว่า เป็นขั้นตอนการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ นอกจากนี้ คนร้ายยังขอช่องทางติดต่อของมารดาผู้เสียหาย และติดต่อไปหลอกมารดาว่า ผู้เสียหายได้รับทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ต้องแสดงหลักฐานว่ามีเงินคงเหลือในบัญชีจำนวน 700,000 บาท เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาวีซ่าและการรับทุนการศึกษา ด้วยความเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง มารดาของผู้เสียหายจึงได้โอนเงินจำนวน 700,000 บาท เข้าบัญชีของผู้เสียหายตามที่คนร้ายแนะนำ จากนั้นคนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายกำหนด โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง เป็นเงิน 1,482,000 บาท
ภายหลัง มารดาของผู้เสียหายพบความผิดปกติ เชื่อว่า ลูกชายกำลังตกเป็นเหยื่อของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้แจ้งความผ่านสายด่วน 1441 จากนั้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานออกหมายจับขบวนการดังกล่าวไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายภาณิน ผู้ต้องหาซึ่งเป็นหนึ่งในบัญชีม้าที่ผู้เสียหายโอนเงินให้กำลังเดินทางหลบหนีไปกบดานทางภาคเหนือ จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อช่วงประต้นปี 2568 ได้มีรุ่นพี่ที่พัทยาชวนไปทำงานเว็บพนันออนไลน์ที่ประเทศกัมพูชา หลังจากนั้น ได้ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารรวม 4 บัญชี ได้ค่าจ้างจำนวน 10,000 บาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


