xs
xsm
sm
md
lg

มือแทงพ่อค้ากัญชาหมกกล่อง ยังยิ้มแย้มไม่สลด พบประวัติเคยมีคดีลักปืนทหาร 19 กระบอก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ผู้ต้องหาแทงพ่อค้ากัญชาอพพรางศพยัดกล่องในบ้านพักย่านดอนเมือง ขณะนำตัวแจ้งข้อหาพิมพ์นิ้วมือยังยิ้มแย้ม ไม่มีท่าทีสลด ตรวจประวัติเคยถูกจับคดีขโมยปืนกองทัพอากาศ 19 กระบอก

จากกรณีนายชัยสิทธิ์ ขันทะ หรือโป๊ย อายุ 34 ปี พ่อค้ากัญชา ถูกนายศุภกร จีนศรี อายุ 27 ปี ใช้มีดแทงเสียชีวิต ภายในบ้านพัก โดยมีเพื่อนอีก 2 คนอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย คือ นายชยพล ชัยศรี อายุ 27 ปี และนายกฤตธนัท ศรีภูมิชัย อายุ 24 ปี จากนั้นนำศพยัดใส่ลังพลาสติกหมกในกระบะดินเพาะปลูกกัญชา บนชั้น2 ของบ้านพักเปิดเป็นร้านขายกัญชา ที่บ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ย่านดอนเมือง โดยผู้ต้องหาอ้างถูกผู้ตายกล่าวหาขโมยนาฬิกาและด่าบุพการี นัดมาเคลียร์ที่บ้านแต่ไม่ลงตัวก่อเหตุฆ่าอำพราง

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (16 มิ.ย.) ร.ต.อ.สุชัย สุระเสียง รอง สว(สอบสวน) สน.ดอนเมือง ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ซึ่งถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นอำพรางศพ และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ถูกคุมขังอยู่ที่ สน.ดอนเมือง ทยอยออกนำมาพิมพ์ลายนิ้วมือทีละคน ผู้ต้องหาแต่ละราย โดยเฉพาะนายศุภกร มือแทง ไม่มีท่าทีอาการสลด ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสและหัวเราะร่าเริง ส่วนผู้ต้องหารายอื่น มีท่าทีเรียบเฉย

ด้านข้อมูลการสอบปากคำเบื้องต้น นายศุภกร มือแทง ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุแทงและอำพรางศพเพียงคนเดียว โดยไม่ได้ให้การซัดทอดว่าใครเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ ส่วนนายกฤตธนัท ตัวต้นเหตุที่มีความขัดแย้งว่าไปขโมยนาฬิกาผู้เสียชีวิตนั้นยังคงให้การเช่นเดิมว่า ไม่ได้ขโมยนาฬิกาของผู้เสียชีวิตไป สำหรับนายชยพล ให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม และยังไม่ได้ให้การใดๆ

จากการตรวจสอบข้อมูลกับตำรวจ สน.ดอนเมือง ทราบว่าพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของทรัพย์สินและที่มาของอาวุธมีดว่า นายศุภกร มือแทง จงใจเอามาเพื่อก่อเหตุหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งตัวนายชยพลที่ต้องสอบปากคำอย่างละเอียด

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา ในส่วนประเด็นที่กล่าวอ้างว่าไม่ได้ขโมยนาฬิกาไปและกล่าวหาว่าผู้เสียชีวิตต่อว่าด่าทอบุพการีมือแทง พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ เพิ่มเติมมาประกอบสำนวนคดี

นอกจากนี้มีรายงานว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงอยู่ในระหว่างการพิจารณาหารือว่า จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุหรือไม่ โดยจะต้องพิจารณาถึงเรื่องความสมัครใจของผู้ต้องหาและความปลอดภัยเป็นหลัก

ส่วนเรื่องของการส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายฝากขังศาลอาญา หากวันนี้สอบปากคำแล้วเสร็จ จะส่งฝากขังทันที แต่ถ้าไม่ทัน จะส่งฝากขังในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีอัตราโทษสูง

สำหรับประเด็นที่ก่อนหน้านี้ นายชัยสิทธิ์ ผู้เสียชีวิต เคยแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 11.17 น. จากการตรวจสอบทราบว่า เป็นการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายกฤตธนัท กล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยนาฬิกา NIXON สีทองของผู้เสียชีวิตไป

มีพฤติการณ์ที่แจ้งความเบื้องต้นว่า นายกฤตธนัทเป็นรุ่นน้องของผู้เสียชีวิต ได้รับการชักชวนจากผู้เสียชีวิตให้มาที่บ้านหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 19.00 น. ต่อมาช่วงเที่ยงคืน นายกฤตธนัทขอเดินทางกลับไป กระทั่งเวลา 08.00 น. วันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตพบว่า นาฬิกาข้อมือเรือนดังกล่าวของผู้เสียชีวิตหาย ตอนแรกผู้เสียชีวิตวางไว้บริเวณหน้าทีวีภายในบ้าน

รวมทั้งตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า โทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตถูกล็อกหน้าจอ ไม่สามารถเข้าเล่นได้ เชื่อว่า นายกฤตธนัทเป็นผู้ขโมยนาฬิกาเรือนดังกล่าวและพยายามเข้าถึงเบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต จนถูกล็อกหน้าจอ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พบว่านายศุภกร มือแทง เคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ เป็นอาวุธปืนของกองทัพอากาศจำนวน 19 กระบอก ในท้องที่ สน.ดอนเมือง เมื่อปี 2564 ขณะนั้นผู้ต้องหาเป็นทหารเกณฑ์อยู่ในกองทัพอากาศ ส่วนนายกฤตธนัทมีประวัติคดีหนีการเกณฑ์ทหาร ส่วนนายชยพล ไม่มีประวัติอาชญากรรมแต่อย่างใด

เวลาต่อมา พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้นำตัว นายศุภกร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ดอนเมืองกว่า 20 นาย ดูแลความเรียบร้อยและไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปติดตามการทำแผนภายในหมู่บ้าน ทำให้ผู้สื่อข่าวปักหลักทำข่าวอยู่บริเวณด้านนอกหมู่บ้าน โดยสังเกตเห็นว่า ได้มีกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิต มายืนเฝ้ารอสังเกตการทำแผนอยู่บริเวณด้านนอกหมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำแผนไม่ถึง 20 นาที โดยระหว่างที่รถควบคุมผู้ต้องหาออกจากหมู่บ้าน กลุ่มเพื่อนของผู้ตายได้เดินปรี่เข้าไปตะโกนด่าทอผู้ต้องหา ที่อยู่บนรถควบคุม พร้อมถามว่า “ฆ่ามันทำไม” ด้วยอารมณ์ที่โกรธแค้น

โดย หนึ่งในกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิต ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าว ระบุว่า ดูแล้วตัวผู้ต้องหาน่าจะจิตหลุดไปแล้ว เพราะดูไร้สำนึก อาการไม่ใช่คนเมากัญชาแน่นอน ท่าทางไม่สลด จึงหวังฝากคนข้างในจัดการให้หน่อย

ขณะที่ นายบอล ( นามสมมติ ) รุ่นพี่ของผู้เสียชีวิตที่มาสังเกตการณ์ เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วผู้เสียชีวิต หลังเสพกัญชาก็จะมีอารมณ์โมโหร้ายชอบด่าทอ แต่ไม่เคยมีพิษมีภัยหรือเคยไปทำร้ายร่างกายใคร และโดยส่วนตัวไม่เชื่อว่า นายศุภกรจะสามารถทำทุกอย่างคนเดียวได้จริง เพราะการจับศพใส่กล่องแล้วยกขึ้นไป ไม่สามารถยกคนเดียวได้ ซึ่งวันนี้ตนต้องการจะมาเห็นหน้ามือแทง แล้วอยากจะรู้ว่ามีอาการป่วยจิตเวชจริงหรือไม่ จากพฤติกรรมมันดูโหดร้ายเกินไป

อย่างไรก็ตาม การทำแผนครั้งนี้ไม่ได้นำตัว นายกฤตธนัท และนายชยพล มาร่วมทำแผนด้วยเนื่องจากขอใช้สิทธิที่จะไม่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผัดแรกในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ

สำหรับประเด็นเรื่องทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตนั้น ทางพนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างการเก็บลายนิ้วมือแฝงและตัวอย่าง DNA เพื่อมาที่เพียงกับลายนิ้วมือแฝงที่ปรากฏบนทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต รวมทั้งต้องรอเชิญญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำ เพื่อยืนยันทรัพย์สิน ก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาร่วมกันมีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ต่อไป