xs
xsm
sm
md
lg

“วัด” จุดเปลี่ยนสำคัญ กร : อิศรากรณ์" ได้เข้าถึงการศึกษาและพบทางสู่ความสำเร็จในชีวิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวภูมิภาค





จากกรณีงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูพินิตธรรมวาที (ยศกฤต ยโสธโร หรือ ยศกฤต บุญจิตต์) อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองดี และ อดีตเจ้าคณะตำบลทุ่งสง อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย หลังท่านมรณภาพจากเหตุการณ์เพลิงไหม้กุฏิ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดยท่านได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการพยายามเข้าไปช่วยเหลือนำสิ่งของสำคัญออกมาจากกองเพลิงด้วยวัยเพียง 38 ปี บรรพชามาเพียง 18 พรรษา สร้างความโศกเศร้าให้กับพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก

จากนั้น นายอิศรากรณ์ สุวรรณทิพย์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชียวาณิช จำกัด ซึ่งได้ทราบข่าวจาก ท่านพระครูประจักษ์ธรรมวาที เจ้าอาวาสวัดวังรีบุญเลิศ ว่า พระครูพินิตธรรมวาที (ยศกฤต ยโสธโร หรือ ยศกฤต บุญจิตต์) อดีตก็เป็นลูกศิษย์วัดวังรีบุญเลิศ โดยท่านเคยมาบวชเรียนและจำพรรษาอยู่ที่วัดวังรีบุญเลิศ ฝากตัวเป็นศิษย์ ท่านพระครูประจักษ์ธรรมวาที เจ้าอาวาสวัดวังรีบุญเลิศ อยู่นาน 1 พรรษา ก่อนต่อยอดศึกษาทางพระพุทธศาสนา เป็นแบบอย่างของพระนักพัฒนา จนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองดี และ เจ้าคณะตำบลทุ่งสง กระทั่งถึงวาระสุดท้ายในร่มกาสาวพัสตร์

แม้จะไม่เคยได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยความที่ นายอิศรากรณ์ ก็เคยอาศัยข้าวก้นบาตร วัดวังรีบุญเลิศ ฝากตัวเป็นศิษย์ พระครูไพศาลธรรมโสภณ หรือที่ชาวบ้าน ขนานนามว่า “พ่อท่านเลื่อน” อดีตเจ้าอาวาส วัดวังรีบุญเลิศ องค์แรก ตลอดจนบวชบรรพชา เพื่อศึกษาทั้งพระธรรมคำสอน ควบคู่ไปกับการเรียนทางโลก เพื่อแสวงหาแนวทางชี้นำชีวิต ทำให้เติบโตและประสบความสำเร็จมาจนทุกวันนี้ ซึ่งในวัยเด็กก็มีสถานะไม่ต่างจาก ครอบครัว ท่านพระครูพินิตธรรมวาที เช่นกัน นายอิศรากรณ์ จึงได้ ประสานงานกับวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่าน นายฐานันดร บัวบาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ เพื่อขอจัดงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูพินิตธรรมวาที พระนักสู้ผู้ประกอบคุณงามความดีอย่างสมเกียรติ

โดยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพเพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะพระเถระผู้เสียสละและเป็นที่พึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาชาวบ้านล้วน รู้จัก พระครูพินิตธรรมวาที ในฐานะ "พระนักพัฒนาและพระผู้ให้" ท่านเป็นพระภิกษุที่อุทิศตนเพื่อสังคม เป็นที่พึ่งของผู้ยากไร้ และเป็นที่เคารพรักอย่างยิ่งของชาวบ้านในอำเภอนาบอนและพื้นที่ใกล้เคียงบทบาทผลงานที่โดดเด่นของท่านได้แก่ การเป็นพระนักสังคมสงเคราะห์ เป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ คอยแจกจ่ายข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งของช่วยเหลือผู้ยากไร้ เด็กด้อยโอกาส และผู้ป่วยในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ในฐานะพระนักพัฒนา เป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนาและพัฒนาวัดหนองดีให้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในท้องถิ่น

การบำเพ็ญกุศลศพพระสมณศักดิ์ชั้น "พระครูสัญญาบัตร" ปรากฏภาพออกมาอย่างสมเกียรติ ดำเนินการตามระเบียบแบบแผนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และ กองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน โดยหัวใจหลักคือการขอรับ "หีบเพลิงพระราชทาน" ตามสิทธิ และการจัดพิธีสงฆ์ที่ถูกต้องตามสมณศักดิ์ มีการจัดเตรียมสถานที่และหีบศพตามธรรมเนียมสำหรับพระสงฆ์สมณศักดิ์เครื่องประกอบเกียรติยศ มีการตั้งเครื่องสุกำศพ (ฉัตรเบญจา หรือเครื่องประกอบอื่นๆ ตามชั้นของพระครูฯ) โดยมีเจ้าหน้าที่จาก กองพิธีการฯ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช มาเป็นผู้ปฏิบัติในการตั้งแต่งและอัญเชิญหีบเพลิง

นายอิศรากรณ์ กล่าวว่า แม้ไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกับ พระครูพินิตธรรมวาที หรือบุคคลในครอบครัวของท่านเป็นการส่วนตัว แต่ก็ถือว่าตนเองเคยเป็นลูกศิษย์วัดวังรีบุญเลิศ เช่นกัน ยิ่งได้รู้ถึงสถานะภาพครอบครัว ของท่านพระครูพินิตธรรมวาที ที่ไม่ต่างจากตนในอดีต สำหรับท่านพระครูพินิตธรรมวาที ได้นำชีวิตเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ สู้ชีวิต เพียรพยายาม หมั่นศึกษา พระธรรม คำสอน โดยให้โอกาสกับน้องชาย ได้ศึกษาเล่าเรียนทางโลกจนประสบความสำเร็จในชีวิต ปัจจุบันเป็นข้าราชครู ในวิทยาลัยชื่อดัง ในกรุงเทพมหานคร ส่วนตัวท่านได้ เผยแพร่พระพุทธศาสนา จนเป็นที่ยอมรับของพระผู้ใหญ่ เป็นพระนักพัฒนา พระผู้ให้ จนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองดี พระครูสัญญาบัตรชั้นโท และ เจ้าคณะตำบลทุ่งสง ด้วยวัยเพียง 38 ปี

อิศรากรณ์ กล่าวว่า “วัด” คือจุดเปลี่ยนสำคัญให้ตน ก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิต จึงรู้สึกซาบซึ้ง ที่วาระสุดท้าย พระครูพินิตธรรมวาที ท่านได้จากไปอย่างผู้เสียสละ ขณะอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์
โดยมีพระครูประจักษ์ธรรมวาที เจ้าอาวาสวัดวังรีบุญเลิศ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ สนับสนุน ครอบครัวของท่าน ดูแลเรื่องธุรการสถานที่ และเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ระหว่างที่มีการสวดพระอภิธรรม แต่ละคืนนั้น มีคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน มาให้กำลังใจครอบครัวของท่านจำนวนมาก และร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมหลายคณะ

"ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูพินิตธรรมวาที (ยศกฤต ยโสธโร) ได้จัดอย่างสมเกียรติ เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติแก่ผู้ที่ยังมีลมหายใจ ว่า ผู้ที่ทำความดีจะไม่มีใครลืมเลือน ดังปรากฏภาพของหมู่สงฆ์และพุทธศาสนิกชนนับพันที่มาร่วมงาน ตลอดจนภาพรุ้งกินน้ำที่พาดผ่านเมรุชั่วคราว วัดวังรีบุญเลิศ ก่อนพิธีสวดพระอภิธรรมคืนสุดท้าย ซึ่งตนเชื่อว่า เหล่าเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาร่วมสาธุการ ต่อท่านเช่นเดียวกัน" นายอิศรากรณ์ กล่าว.