xs
xsm
sm
md
lg

อธิบดีอัยการทุจริตภาค 5 แจ้งจับ "อดีตอธิบดีอัยการ" แอบอ้างบิ๊ก ตร.-เสนอสินบนล้มคดี "ผอ.กองช่าง" ทุจริต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



อธิบดีอัยการทุจริตภาค 5 ส่งทนายแจ้งจับ "อดีตอธิบดีอัยการ" เสนอสินบน 4 แสน -แอบอ้าง"บิ๊กเต่า-ผู้การแป๊ะ" แลกล้มคดี"ผอ.กองช่าง"ทุจริตเรียกรับเงินใต้โต๊ะใบอนุญาตก่อสร้าง

วันนี้ (8 มิ.ย.) ที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เมื่อเวลา 11.00 น. นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความและอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตอธิบดีอัยการรายหนึ่ง ในความผิดฐานเสนอสินบนและแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เพื่อแทรกแซงคดีทุจริต

นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) บูรณาการกำลังเข้าจับกุม ผอ.กองช่าง เทศบาลแห่งหนึ่ง พร้อมพวกรวม 3 คน หลังมีพฤติการณ์เรียกรับเงินค่าใบอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมร้านอาหารในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยในเวลาต่อมา คดีดังกล่าวถูกส่งสำนวนฟ้องไปยังผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เมื่อช่วงปลายปี 2568

นายอภิวัฒน์ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ของอดีตอธิบดีอัยการรายนี้ คือการเสนอเงินจำนวน 400,000 บาท ให้กับ นายเนธิภัททิก์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 เพื่อแลกกับการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางรายในคดีดังกล่าว แต่นายเนธิภัททิก์ ได้ปฏิเสธรับเงินและยืนยันสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้หลังทราบว่าจะมีการสั่งฟ้อง อดีตอธิบดีอัยการรายนี้ได้โทรศัพท์มาอ้างว่าได้ "เคลียร์คดีเรียบร้อยแล้ว" ทั้งกับ "บิ๊กเต่า" และ "ผู้การแป๊ะ" โดยอ้างว่าจะดึงสำนวนกลับมาสั่งไม่ฟ้องและทางตำรวจจะไม่ทำความเห็นแย้ง ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงยืนยันว่า ไม่มีการตกลงหรือเคลียร์คดีตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งสองท่านเพื่อสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง

นายอภิวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเดินทางมายื่นเอกสารเพิ่มเติมในวันนี้เป็นการนำพยานหลักฐานความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มบุคคลผู้กระทำความผิดกับอดีตอธิบดีอัยการรายดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ต้องหาและบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อได้ให้การปฏิเสธว่าไม่รู้จักกับอดีตอธิบดีอัยการคนดังกล่าว แต่จากการสืบสวนพบความเชื่อมโยงในการทำธุรกิจร่วมกัน รวมถึงมีการไปร่วมแสดงความยินดีในวาระต่าง ๆ จึงได้รวบรวมหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวนคดี

นายอภิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนรายละเอียดที่มีการมอบเงินนั้นตนไม่ทราบแน่ชัด ทราบเพียงว่ามีการติดต่อเข้ามาพูดคุยกันภายในสำนักงานของท่านอธิบดีอัยการคนปัจจุบัน ซึ่งท่านอธิบดีฯ ได้มีการบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ขณะพูดคุยไว้ทั้งหมด ถือเป็นหลักฐานสำคัญ โดยเงินจำนวน 400,000 บาทนั้น เป็นของฝ่ายกลุ่มผู้ต้องหาที่ส่งต่อผ่านบุคคลภายนอกซึ่งมีความสนิทสนมกับอดีตอธิบดีอัยการรายนี้ ก่อนที่จะนำเงินมาเสนอให้ท่านอธิบดีฯ

นายอภิวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของข้อกล่าวหานั้น เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานติดสินบนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 รวมถึงข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยขอฝากเตือนไปยังประชาชนว่า หากมีกรณีที่มีบุคคลมาแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ในลักษณะนี้ ขอให้ตรวจสอบหรือเข้าพบผู้ใหญ่ในหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรง เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากปัจจุบันมักมีขบวนการแอบอ้างวิ่งเต้นคดีอยู่บ่อยครั้ง ส่วนรายละเอียดความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างบุคคลเหล่านั้น ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป