MGR Online - ป.ป.ส. เดินหน้า “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 10” รวบสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคดียาเสพติด เร่งดำเนินการทางวินัย พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายผู้ค้า
วันนี้ (3 มิ.ย.) ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ภายใต้แนวคิด “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ขับเคลื่อนการปฏิบัติการเชิงรุกทั่วประเทศ ภายใต้ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 10” มุ่งปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
นายทิพเมษฐ์ สังขวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 7 ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.โอภาส วงษ์หงษ์ ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ปปส.ภาค 7 ดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนที่ได้รับผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 กรณีมีข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐรายหนึ่ง ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
จากการบูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ถูกร้องเรียน พบยาบ้าจำนวน 3 เม็ด อยู่ในความครอบครอง และผลการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายพบสารเสพติด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในส่วนของการดำเนินการต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น ชุดปฏิบัติการ ปปส.ภาค 7 ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายปกครองและสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อรายงานผลการจับกุมและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องไปยังผู้มีอำนาจตามกฎหมาย สำหรับพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ การเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดของเจ้าหน้าที่ของรัฐถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของการดำรงตำแหน่งในภาครัฐ อันอาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนบั่นทอนความเชื่อมั่นของสังคมต่อกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและการแก้ไขปัญหายาเสพติดของภาครัฐ โดยผู้กระทำผิดอาจต้องรับผิดทั้งในทางอาญาและถูกพิจารณาดำเนินการตามมาตรการทางปกครองหรือมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้แก่ผู้ต้องหา อันเป็นการดำเนินการตามแนวทาง “จับผู้เสพ ขยายผลถึงผู้ค้า” เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดทั้งระบบ และตัดวงจรการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด จนนำไปสู่การจับกุมและขยายผลในครั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างจริงจังต่อปัญหายาเสพติด รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้ค้าและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การขับเคลื่อน ‘ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 10’ บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปอย่างเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกคน”


