xs
xsm
sm
md
lg

สภาทนายความยุคการเปลี่ยนแปลง "ดร.ธนพล คงเจี้ยง" นายกสภาทนายความ เน้น ปกป้องศักดิ์ศรีวิชาชีพ ยกระดับมาตรฐาน และสร้างสวัสดิการที่มั่นคง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ดร.ธนพล คงเจี้ยงนายกสภาทนายความ
สภาทนายความยุคการเปลี่ยนแปลง ภายใต้การนำของ "ดร.ธนพล คงเจี้ยง"นายกสภาทนายความ  เน้น ปกป้องศักดิ์ศรีวิชาชีพ ยกระดับมาตรฐานทนายความ และสร้างสวัสดิการที่มั่นคง

โดย ดร ธนพล กล่าวว่า แรงบันดาลใจของผมมาจากความเชื่อว่า สภาทนายความต้องเป็นองค์กรของประชาชน เพื่อประชาชน ผมเห็นพลังของทนายทั่วประเทศที่อยากเห็นสภากลับมามีบทบาทจริงในสังคม และนั่นคือแรงผลักให้ผม ลุกขึ้นมาทำหน้าที่นี้ วิสัยทัศน์ของผมคือ “สภาทนายความแห่งการ เปลี่ยนผ่าน” ที่เชื่อมโยงคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล และเป็นองค์กรต้นแบบด้านธรรมาภิบาล โปร่งใส และตอบสนองต่อสังคมอย่างแท้จริง

สำหรับผม “การนำการเปลี่ยนแปลง” หมายถึง การไม่ยึดติดกับอดีต แต่เคารพในรากเหง้าของวิชาชีพ พร้อมกล้าที่จะออกแบบอนาคตให้ดี กว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่การปรับระบบงาน แต่คือการปรับวิธีคิด ของทั้งองค์กร ให้ทนายทุกคนรู้สึกว่าเขาคือส่วนหนึ่งของสภา

ผู้นำในยุคนี้ต้องมี 3 อย่างคือ “วิสัยทัศน์ ความเข้าใจ และความกล้า” ต้องมองไกล เข้าใจ ความหลากหลายของทนาย และกล้าตัดสินใจในสิ่งที่อาจไม่เป็นที่นิยมแต่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

สภาทนายความในยุคผม จึงต้องรักษาเกียรติของวิชาชีพไว้ พร้อมพัฒนาโครงสร้าง การสื่อสาร และระบบบริการให้ทันต่อโลกดิจิทัล

ดร.ธนพล ระบุว่า เราต้องสร้างสภาทนายความที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ใช้เทคโนโลยี ในการบริหาร การติดต่อสมาชิก และการให้บริการประชาชน รวมทั้ง เปิดพื้นที่ให้ทนายรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาท เพื่อให้สภาทนายความก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของสังคม ประเด็็็็็็็นสำคัญ สภาทนายความมีพันธกิจหลักคือ
(1) ปกป้องศักดิ์ศรีวิชาชีพ
(2) ยกระดับมาตรฐานทนายความ
(3) สร้างสวัสดิการที่มั่นคง

นอกจากนี้แล้วระหว่างการดำรงตำแหน่ง จะพยายามปลดหนี้สภาทนายความ และสร้างวิชาการที่โดดเด่น แผนงานระยะสั้น จะจัดอบรมวิชาการทุกเดือนๆ ละ 2 ครั้ง

ส่วนการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรม ผมตั้งใจให้สภาทนายความเป็น “ด่านหน้าแห่งความยุติธรรม” ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย โดยจะพยายามขยายโครงการ “ทนายอาสา ทั่วประเทศ” และจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมาย ตามงบประมาณที่ได้รับ

ดร.ธนพล กล่าวว่า ผมเชื่อว่าการศึกษากฎหมายต้องไม่หยุดอยู่แค่ตำรา แต่ต้องเชื่อมโยงกับชีวิตจริง เราต้องพัฒนาระบบให้ผู้ฝึกอบรมได้ทดลองทำงานจริง พร้อมเพิ่มหลักสูตรด้าน AI, Cyber Law และ จริยธรรม
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอล คือหัวใจของยุคนี้ เควรจะสร้างระบบ ที่เชื่อมโยงข้อมูลสมาชิก การอบรม การร้องเรียน และบริการประชาชนไว้ในระบบเดียว เพื่อจะได้เขื่อมโยงข้อมูลกับองค์กรอื่นๆ เข่น ศาล อัยการ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งจะใช้งบประมาณไม่เยอะ เบื้องต้นสอบถามแล้วคาดว่าใช้งบ 3 ล้านกว่าบาท น่าจะเพียงพอ โดยจะค่อยๆทำไปจนกว่าจะสำเร็จ

ดร ธนพล กล่าวว่า ขณะนี้สภาทนายความกำลังพัฒนาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางกฎหมายได้สะดวกขึ้น เรากำลังคิดโครงการ เพื่อบริการทางกฎหมายออนไลน์ ที่ประชาชนสามารถปรึกษาทนาย ตรวจสอบสิทธิ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ข้อมูล เทคโนโลยี และการสื่อสารจะถูกนำมาใช้เพื่อให้บริการแก่ทนายความและประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เพราะข้อมูลคือ องค์ประกอบของการตัดสินใจ เราจะใช้ระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อบริหารงานอย่างโปร่งใส และใช้สื่อออนไลน์สร้างความเข้าใจระหว่าง สภาทนายความ ทนาย และประชาชน

ขณะเดียวกันการสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ระหว่างทนายความทั่วประเทศนั้นผมจะผลักดันให้เกิด Lawyers Network เชื่อมโยงทนายทุกภาคเข้าด้วยกัน ผ่านระบบสื่อสารออนไลน์ และจัดกีฬาเชื่อมความสามัคคี จัดประชุมภูมิภาคเพื่อให้ทนายมีส่วนร่วมในนโยบายของสภา

ส่วนบทบาททนายรุ่นใหม่นั้น คือพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ผมตั้งใจให้พวกเขา มีที่ยืนในทุกระดับของสภา ทั้งในคณะกรรมการอนุกรรมการ และโครงการเชิงนวัตกรรมทางกฎหมาย

สุดท้ายผมอยากให้คนจดจำว่านี่คือยุคที่ “สภาทนายความกลับมายืนเคียงข้างกับทนายมากขึ้น” เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงที่ทนายทุกคนภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสภาทนายความ