xs
xsm
sm
md
lg

ป.เปิดปฏิบัติการสยบ"แก๊งควาย" ตระเวนทั่วไทยหลอกเศรษฐีชราเล่นกำถั่ว 15 ปี สูญเงินรวม 64 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



กองปราบเปิดปฏิบัติการ "Buffalo Hunter" สยบแก๊งควาย ตระเวนหลอกเศรษฐีวัยชราเล่นกำถั่วทั่วประเทศกว่า 15 ปี สูญเงินรวมกว่า 64 ล้าน ตร.ขึ้นบัญชีดำ 63 ราย เตรียมฟันข้อหาฟอกเงิน



วันนี้ (29 พ.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป.และพ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. แถลงผลเปิดปฏิบัติการ “Buffalo Hunter ล่าแก๊งควายหลอกพนันกำถั่ว” สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหา"อั้งยี่, ซ่องโจร และร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์"ได้ 6 ราย ประกอบด้วย น.ส.พิมพ์ศา หรือหงส์ อายุ 62 ปี,นางทิวาลัย หรือหลิน อายุ 71 ปี,นายพจน์ อายุ 55 ปี,น.ส.สุจิรา อายุ 63 ปี,นายปรีดา อายุ 63 ปีและนายธนกฤต อายุ 65 ปี พร้อมของกลางเงินสด 1,005,410 บาท,สมุดบัญชีธนาคาร/บัตรเครดิต 19 เล่ม/ใบ, ทองคำหนักรวม 17 บาท, อาวุธปืน 1 กระบอก, กระสุนปืน 207 นัด,สายคาดธนบัตรของธนาคาร 5 ชิ้น, ของแบรนด์เนม 14 ชิ้น,อุปกรณ์อิเล็กทรินิกส์ 6 รายการ,เครื่องประดับ 59 ชิ้น, ธนบัตรปลอม 297 ใบ, เอกสารอื่นๆ 3 ฉบับ, ของสะสม 4 ชิ้นและพระเครื่องอีก 10 องค์ โดยจับกุมได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, สมุทรปราการ, นครศรีธรรมราชและ สุราษฎร์ธานี

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่าสืบเนื่องจากมีผู้เสียหายหญิงอายุ 66 ปี ได้ประกาศขายที่ดินในพื้นที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผ่านโซเชียลในราค 7 ล้านบาท จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้ทำทีเข้ามาติดต่อซื้อที่ดินเพื่อสร้างความสนิทสนม ก่อนพาไปแนะนำให้รู้จัก “นางหงส์” ซึ่งอ้างเป็นเศรษฐีณีพกเงินสดจำนวนมากและชอบเล่นพนันกำถั่ว (ทายเมล็ดฟักทอง) จากนั้นจึงชักชวนผู้เสียหายร่วมเล่นพนันพร้อมสอนกลโกง จนผู้เสียหายหลงเชื่อว่าชนะแน่นอนและยอมนำเงินมาร่วมลงทุนเดิมพัน แต่แท้จริงแล้วเกมดังกล่าวคือกับดักที่เตรียมไว้เพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้เสียหาย

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวต่อว่าโดย 5 รอบแรก กลุ่มคนร้ายจะแกล้งให้ นางหงส์ ทายผิดเพื่อให้ผู้เสียหายตายใจ แต่พอถึงรอบที่ 6 ซึ่งมีการเพิ่มเงินเดิมพันสูงขึ้น คนร้ายจะแอบหยิบเมล็ดฟักทองออก 1 เมล็ด เพื่อล็อกผลให้ นางหงส์ ชนะ จากนั้นจะโวยวายโยนความผิดว่าผู้เสียหายทำเมล็ดฟักทองหล่นหาย ทำให้ต้องรับผิดชอบเสียเงินเดิมพันทั้งหมด คนร้ายใช้อุบายหลอกลวงเช่นนี้ถึง 6 ครั้ง จนผู้เสียหายต้องไปกู้เงินธนาคาร นำโฉนดที่ดินไปขายฝาก และยืมเงินญาติเพื่อนำมาแก้มือ นอกจากนี้ยังถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีม้าอีกหลายครั้งโดยอ้างเป็นค่าค้ำประกันบ่อน รวมความเสียหาย 10,080,000 บาท ท้ายที่สุดช่วงต้นปี 2568 เมื่อผู้เสียหายเดือดร้อนเงินและทวงถามคืน กลุ่มคนร้ายจึงตัดขาดการติดต่อหนีหายไป ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกจนหมดตัวจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หัวหิน

พ.ต.อ.ธนวัฒน์กล่าวว่าต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. สืบสวนจนทราบตัวตนจริงของกลุ่มคนร้าย คือ น.ส.พิมพ์ศา หรือหงส์ และ นางทิวาลัย หรือหลิน แกนนำขบวนการ เมื่อตรวจสอบประวัติคดีอาญาผ่านระบบ Crimes พบว่าเป็นมืออาชีพก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายคดี รวมความเสียหายมากกว่า 64 ล้านบาทจึงได้เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 6 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางได้ดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาบางรายให้การปฏิเสธ บางรายให้การรับสารภาพจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนแต่ละท้องที่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

​พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้กระทำความผิดมานานกว่า 15 ปีจนมีผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ทำให้นอกจากจะไม่สามารถจดจำใบหน้า รูปร่าง รูปพรรณสัณฐานได้แล้ว ยังไม่สามารถอธิบายหรือบรรยายเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ต้องหาได้ชัดเจน ส่งผลให้กลุ่มผู้ต้องหาหลุดรอดการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาได้โดยตลอด ซึ่งการจับกุมในวันนี้จะมีประโยชน์อย่างมากในการคลี่คลายคดี

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเกี่ยวกับมูลฐานความผิด ในลักษณะร่วมกันฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน โดยหลังจากนี้จะทำการรายงานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบและชี้มูลความผิด หากพบว่าทรัพย์สินที่ยึดมาได้ไม่สอดคล้องกับฐานะ และได้มาจากการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินเพิ่มเติม

​ด้าน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ เปิดเผยว่า คำว่า "แก๊งควาย" เป็นศัพท์ท้องถิ่นที่คนภาคใต้ใช้เรียกกลุ่มที่มีพฤติกรรมเป็น 18 มงกุฎที่หลอกชาวบ้านมาเล่นการพนัน ซึ่งแก๊งรูปแบบนี้มีมานานกว่า 40 ปีแล้ว โดยจะหลอกเหยื่อให้เล่นการพนัน ซึ่งแต่ละคนมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน และมีพฤติการณ์เดินทางไปสืบหาเหยื่อทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีการปกปิดชื่อจริงนามสกุลจริงเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ในส่วนของกลางจากการตรวจค้น 2 จุดที่ผ่านมา พบทั้งเงินสด ทองคำ ธนบัตรปลอม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการฉ้อโกงได้เป็นจำนวนมาก

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวด้วยว่าอยากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกหลอกเข้ามาแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม เนื่องจากทางกองปราบปรามได้มีการเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลจำนวน 63 ราย ที่พบว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงในลักษณะ "แก๊งควาย" ทั่วประเทศ โดยพฤติกรรมจะแยกย้ายแตกตัวเป็นกลุ่มย่อยเพื่อรุมหลอกเหยื่อ 1 คน ซึ่งคนที่เป็นคนหาเหยื่อได้ จะได้ส่วนแบ่งมากที่สุดถึง 30% ของจำนวนส่วนแบ่ง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ารายชื่อ 63 คนที่ขึ้นบัญชีไว้ ถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งในอดีตและปัจจุบัน แม้ว่าบางคนจะยังไม่มีหมายจับก็ตาม