ผลตรวจอัตลักษณ์บุคคลจากนิติเวชยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตรายที่ 8 จากเหตุรถไฟชนรถเมล์ เตรียมประสานญาติเข้ามารับศพไปทำพิธีทางศาสนา
จากเหตุการณ์รถไฟขนสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ ชนรถโดยสารปรับอากาศ ขสมก. สาย 206 บริเวณแยกอโศก-กำแพงเพชร 7 เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 ราย โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้แล้ว 7 ราย ยังคงเหลือผู้เสียชีวิต 1 รายที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันตัวบุคคลจากแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (25 พ.ค.) ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี เปิดเผยว่า การสืบสวนได้ดำเนินการจากข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากมีเพื่อนร่วมงานของนายเสริมลาภ ปิ่นทอง ซึ่งเป็นผู้ที่คาดว่าเป็นผู้เสียชีวิตคนที่ 8 ได้ประสานข้อมูลขอความช่วยเหลือในการติดตามหาตัว ก่อนหน้านี้เพื่อนร่วมงานของนายเสริมลาภได้ประกาศตามหาบุคคลสูญหายผ่านโซเชียลมีเดีย เนื่องจากขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา และทราบว่า นายเสริมลาภได้โดยสารรถประจำทางสายที่เกิดเหตุในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเหตุการณ์
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการเปรียบเทียบภาพผู้โดยสารจากภาพกล้องวงจรปิดที่ได้รับจากเพื่อนร่วมงาน กับภาพในสื่อสังคมออนไลน์จากสตอรี่เฟซบุ๊กของ น.ส.วิภารักษ์ เผ่าภูรี หรือน้องโรส อายุ 25 ปี ผู้เสียชีวิตที่โดยสารอยู่บนรถเมล์สาย 206 ด้วยกัน ซึ่งปรากฏภาพชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยรองเท้า กระเป๋า และกางเกงที่ตรงกันกับภาพจากกล้องวงจรปิด จึงเชื่อว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
ภายหลังการยืนยันเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำชื่อผู้สูญหายไปค้นหาข้อมูลบิดา มารดา หรือพี่น้อง เพื่อติดต่อให้มาตรวจดีเอ็นเอ แต่กลับพบว่าคนในครอบครัวของนายเสริมลาภได้เสียชีวิตไปก่อนหน้าแล้ว และในระบบประกันสังคมก็ไม่มีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปเก็บสิ่งของจากห้องพักของนายเสริมลาภเพื่อนำมาตรวจเทียบดีเอ็นเอ พร้อมทั้งค้นหาญาติฝ่ายพ่อและญาติที่เป็นผู้ชายของนายเสริมลาภในระบบทะเบียนราษฎร จนกระทั่งพบลูกพี่ลูกน้องของนายเสริมลาภ ซึ่งเมื่อติดต่อไปก็พบอุปสรรค เนื่องจากญาติของนายเสริมลาภไม่เชื่อว่า ผู้ติดต่อเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง และอ้างว่าติดภารกิจ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ย่อท้อในการประสานงาน จนสามารถเชิญนายไพรัตน์ มาตรวจดีเอ็นเอที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจได้ ซึ่งผลการตรวจยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือ นายเสริมลาภ ปิ่นทอง จริง
เบื้องต้น ร.ต.อ.จารุพัฒน์ กำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปรับผลการตรวจที่สถาบันนิติเวชวิทยา และจะประสานนายไพรัตน์ ซึ่งเป็นญาติ เพื่อให้เข้ามาดำเนินการติดต่อขอรับศพผู้เสียชีวิตสำหรับนำไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนา
สำหรับผู้เสียชีวิตคือ นายเสริมลาภ ปิ่นทอง อายุ 44 ปี ทำงานเป็นพนักงานบริษัท ชับบ์ (Chubb) ประกันภัย และพักอาศัยอยู่บ้านพักเพียงลำพังย่านติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดีที่ สน.มักกะสัน พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง บก.น.1 ในคดีอาญาที่ 320/2569 ของ สน.มักกะสัน ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดีอย่างต่อเนื่อง
โดย พ.ต.อ.กัมพล กล่าวว่า ได้นัดหมายให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่การรถไฟ นายสถานีคลองตัน นายสถานีมักกะสัน เจ้าหน้าที่ประจำซุ้ม 3 ซุ้ม สารวัตรรถไฟ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม รวม 7 ปาก พร้อมประสานงานกับขนส่งมวลชนกรุงเทพ เพื่อขอเอกสารและสอบปากคำพยานในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแจ้งกรมการขนส่งทางรางมาให้การเพิ่มเติมในส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ได้ให้การในความผิดตามมาตรา 140 มาตรา 141 ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568


