กองปราบบุกรวบ "ไอ้เบี้ยว" ช่างซ่อมรถสิบล้อหื่นกาม แฝงคราบ "คนรักเด็ก"ตีสนิทลวงข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปี นับ 10 ครั้ง ผบก.ป.เตือนภัยพฤติกรรม"กรูมมิ่ง"พ่อแม่ อย่าไว้วางใจคนสนิทแสร้งทำดีเอาขนมนมเนยมาให้!
วันนี้ ( 23 พ.ค.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.ปิยะวัตร ปราบเสร็จ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายประเสริฐ หรือเบี้ยว อายุ 55 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ จ.50/2569 ลงวันที่ 15 พ.ค.69 ข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีฯ” ได้ในพื้นที่ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
สืบเนื่องจาก นายประเสริฐ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกจ้างทำหน้าที่ดูแลและซ่อมรถสิบล้อ ที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.นครนายก โดยมักพฤติกรรมแสดงออกว่าเป็น "คนรักเด็ก" ชอบนำ ขนม นม และของกินเล่นมาให้ ด.ญ.วิว (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกของชาวบ้านแถวนั้น จนครอบครัวเด็กเกิดความไว้วางใจ จากนั้นได้หลอกล่อ ด.ญ.วิว ด้วยขนมและของเล่นเด็ก แล้วกระทำชำเราภายในรถกระบะ นอกจากนี้ ได้ชักชวนเด็กหญิง ไปตกปลาตามทุ่งนาลับตาคน แล้วกระทำชำเราต่อเนื่องนับ 10 ครั้ง
ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ด.ญ.วิว ได้รวบรวมความกล้าเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ผู้ปกครองฟัง จึงได้มาแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก ก่อนรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า ฝากเตือนภัยพี่น้องประชาชนให้ระวังผู้ใหญ่ใกล้ตัวที่แสดงตัวว่าเป็น "คนรักเด็ก" เป็นพิเศษ : มิจฉาชีพทางเพศต่อเด็กมักไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่ครอบครัวรู้จักและไว้วางใจ เช่น ญาติ เพื่อนบ้าน หรือลูกจ้าง โดยจะสร้างภาพลักษณ์ "คนใจดี รักเด็ก" หมั่นนำขนม นม ของเล่น หรือของรางวัลมาให้เด็กบ่อยครั้ง เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองตายใจ ก่อนค่อย ๆ หาโอกาสอยู่กับเด็กตามลำพัง พฤติกรรมนี้เรียกว่า "Grooming" หรือการตีสนิทเพื่อหาช่องล่วงละเมิด หากพบผู้ใดสนิทสนมกับเด็กผิดปกติ ให้สังเกตและเฝ้าระวังไว้ก่อน
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวต่อว่าระวังการชักชวนเด็กไปยังสถานที่ลับตาคนตามลำพัง คนร้ายมักใช้ข้ออ้างที่ดูไร้พิษภัย เช่น ชวนไปตกปลา ตกเบ็ด ขับรถเที่ยว หรือพาไปทำกิจกรรมตามทุ่งนา ป่า หรือในรถยนต์ เพื่อแยกเด็กออกจากสายตาผู้ปกครอง แล้วลงมือก่อเหตุซ้ำ ๆ โดยอาศัยความไว้วางใจที่สร้างไว้ หากบุตรหลานถูกผู้ใหญ่ชักชวนไปไหนตามลำพังโดยไม่มีผู้ปกครองร่วมด้วย ให้ปฏิเสธทันทีและสอบถามเด็กอย่างใกล้ชิด
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวอีกว่า ควรสอนบุตรหลานเรื่อง "พื้นที่ส่วนตัว" และเชื่อเด็กเสมอเมื่อกล้าเล่า : ควรสอนเด็กว่าบริเวณร่างกายที่ชุดว่ายน้ำปกปิดนั้นห้ามให้ผู้ใดสัมผัส และต้องกล้าบอกพ่อแม่ทันทีหากมีผู้ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะหากมีคนกำชับว่า "อย่าบอกพ่อแม่นะ" ให้รู้ว่านั่นคือสัญญาณอันตราย ทั้งนี้ เด็กมักไม่กุเรื่องลักษณะนี้ขึ้นเอง การไม่เชื่อหรือตำหนิเด็กจะทำให้เด็กบาดเจ็บทางใจซ้ำสองและทำให้คดีเงียบหาย


