xs
xsm
sm
md
lg

CIB ทลายเครือข่ายลำเลียงสแกมเมอร์จีนเข้า-ออกไทยผิด กม.- ยึดทรัพย์กว่า 20 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



CIB เปิดปฏิบัติการ" Ghost Drivers" ทลาย
ขบวนการลำเลียงสแกมเมอร์จีนเทาเข้า-ออกประเทศผิดกฎหมาย รวบสมาชิก 22 ราย ยึดทรัพย์กว่า 20 ล้านบาท

วันนี้ ( 21 พ.ค.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. และ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ.แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายลำเลียงจีนเทาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 23 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จันทบุรี ระยอง นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ กำแพงเพชร ตาก ชัยนาท ขอนแก่น ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ตรัง และพื้นที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจค้นพบพยานหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงขบวนการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ทั้งการรับ-ส่งบุคคลต่างด้าว การใช้รถยนต์หลายคันลำเลียง การรับเงินค่าจ้าง การใช้บัญชีธนาคารหลายทอด รวมถึงการใช้นิติบุคคลบางแห่งเป็นทางผ่านของเงิน ก่อนจับกุมผู้ต้องหารวม 22 ราย

สำหรับผู้ต้องหาที่ 1-13 ถูกจับตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันฟอกเงิน” ส่วนผู้ต้องหาที่ 14-22 ถูกจับตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นผู้สนับสนุนการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”

นอกจากนี้ยังตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งเงินสด สมุดบัญชี บัตรเครดิต รถยนต์ ทองคำ โฉนดที่ดิน พระเครื่อง และอาวุธปืน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่าสืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือน พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. จับกุมชาวจีน 42 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือ 215 เครื่อง ได้ในพื้นที่ชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ จึงขยายผลสืบสวนต่อเนื่อง จากนั้นพบว่ามีกลุ่มรถยนต์หลายคันทำหน้าที่ลำเลียงบุคคลต่างด้าวเป็นทอดๆ จากพื้นที่ตอนในของประเทศไปยังแนวชายแดนทั้งฝั่งตากและจันทบุรี จึงวางแผนสกัดจับและแกะรอยเครือข่าย

ด้าน พล.ต.ต.พรศักดิ์ กล่าวว่าจากการตรวจสอบพบทั้งข้อมูลการติดต่อ สั่งการ และพยานหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าเป็นขบวนการลักลอบนำพาชาวจีนเข้า-ออกประเทศผิดกฎหมาย มีการแบ่งหน้าที่เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้ประสานงาน ผู้จัดหารถ ผู้สนับสนุนด้านการเงิน ไปจนถึงกลุ่มรับช่วงในพื้นที่ปลายทาง มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมชัดเจน เข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่

พล.ต.ต.พรศักดิ์ กล่าวต่อว่าภายหลังการจับกุมครั้งแรก เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลร่วมกับ กก.2 บก.ป. พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้รับเงินสนับสนุนผ่านบัญชีม้าทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีพฤติการณ์โอน รับ และปกปิดเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จึงเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน และมีการออกหมายจับเพิ่มเติมรวม 16 ราย

ส่วน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า จากแนวทางสืบสวนยังพบว่าแหล่งเงินทุนของเครือข่ายดังกล่าวเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ซึ่งมีผู้เสียหายแจ้งความไว้หลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเงินจากการหลอกลวงจะถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายทอด ก่อนส่งต่อมายังบัญชีทุนของเครือข่ายขนคนจีน จากการตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมด พบเชื่อมโยงคดีฉ้อโกงออนไลน์รวม 181 คดี มีรายการธุรกรรมกว่า 665 รายการ และมียอดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 185 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเครือข่ายดังกล่าวเป็นขบวนการข้ามชาติที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ใช้เงินจากอาชญากรรมออนไลน์เป็นทุนในการลำเลียงบุคคลต่างด้าว จ่ายค่าจ้างผู้ขนคน จัดหายานพาหนะ และอำพรางทรัพย์สินผ่านบัญชีบุคคลและนิติบุคคลบังหน้า