จากกรณีที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 01.00 น. กล้องวงจรปิดจับภาพนายโสถม หรือป็อก อายุ 45 ปี สามี อาชีพเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญู และ นางสาวพร้อมพิศ หรือปู อายุ 44 ปี ภรรยา มีปากเสียงกัน โดยฝ่ายชายทำร้ายร่างกายภรรยาตั้งแต่ภายในบ้านจนถึงบริเวณหน้าบ้าน โดยมีอาวุธมีดอยู่ภายในมือ ทางภรรยาจึงวิ่งหนีออกมาจากบ้านและขอความช่วยเหลือจากข้างบ้าน แต่สามีได้ตามออกมาใช้เลื่อยตีภรรยาซ้ำ ก่อนจะเดินไปหยิบอาวุธปืนที่รถ และหยิบปืนทุบที่ศีรษะภรรยาจนแตก หลังจากนั้น สามีได้ขโมยทรัพย์สินของภรรยาไปด้วย พร้อมกับรถตู้ โทรศัพท์มือถือ เงินสด สมเด็จเตี่ยเลี่ยมทอง 2 สลึง และสร้อยคอทองคำ มูลค่ารวม 600,000 บาท หลังจากเกิดเหตุทางภรรยาได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง ส่วนสาเหตุในการทำร้ายร่างกายกันในครั้งนี้คือ ฝ่ายสามีอ้างว่า ภรรยาแอบแชทคุยกับแฟนเก่า จนเกิดอาการหึงหวง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพ นางสาวพร้อมพิศ หรือปู ผู้เสียหาย และ นายอนุพล ตางระแม ผู้ช่วย สส.เขต7นนทบุรี และ นายสายชล นิตย์ขำ อายุ26ปี ผู้ช่วยสส.เขต7นนทบุรี ที่เข้าไปช่วยเหลือในวันเกิดเหตุ และผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี
จากการสอบถาม นางสาวพร้อมพิศ หรือปู เล่าว่า เรื่องที่เกิดขึ้นสามีกล่าวหาว่าตนแอบคุยกับแฟนเก่า ซึ่งที่ตนคุยเพราะปรึกษาาปัญหาเรื่องการถูกทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง เมื่อวานนี้ที่เกิดเหตุ เกิดจากความหึงหวง สามีคิดว่าตนไปเป็นชู้กับแฟนเก่า ซึ่งตนไม่ได้ทำตัวแบบที่สามีกล่าวอ้าง เพราะตน จดทะเบียนอยู่กินกับสามีมานาน 4 ปี ซึ่งตนโดนทำร้ายร่างกายครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่แล้ว และโดนหนักที่สุดเท่าที่โดนมา ส่วนใหญ่จะมีปากเสียงกันตลอด ตนต้องมานั่งรองรับอารมณ์ พอคุยได้ก็ดีขึ้นแต่สักพักเขาจะหงุดหงิดเหมือนเดิม ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว เพราะถ้ายอมก็จะเป็นแบบเดิม ส่วนบาดแผล ที่ตนได้รับบาดเจ็บมีบริเวณช่วงศีรษะถูกปืนทุบศีรษะแตกเย็บ 2 เข็ม จมูกแตกและบาดแผลตามร่างกาย เพราะเมื่อคืนตกบันไดด้วย ซึ่งตอนเกิดเหตุตนอยู่ในห้องสามีหยิบอาวุธมีดขึ้นมาตนจึงพยายามดิ้นให้หลุดจากห้องตรงนั้นแล้ววิ่งออกมาหน้าบ้าน ต้นพยายามจะเปิดประตูบ้านแต่ถูกทุบตีเหมือนเดิมและใช้เลื่อยตัดต้นไม้ทุบตีที่ตัวของตน ก่อนที่จะเปิดประตูรั้วและสามีเดินไปหยิบปืนภายในรถตนจึงใช้โอกาสวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่สามีก็หยิบอาวุธปืนมาทุบที่ศรีษะตน ตนจึงให้เพื่อนบ้านโทรแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสาเหตุเขาบอกว่าตนมีชู้ซึ่งตนอธิบายไปแล้วแต่เขาไม่ฟังเอง หลังจากเกิดเหตุสามีเอาโทรศัพท์ของตนไปแล้วใช้เฟซบุ๊กของตนติดต่อสาวของตนกลับมา บอกว่าถ้าเลิกกับเขารอเก็บศพตนได้เลย จะฆ่าตนให้ตาย พิมพ์มาในแชตข่มขู่ แต่ซักพักก็พูดดีขอโทษ ซึ่งตอนนี้สามีไม่ได้อยู่ที่บ้านของตนแล้ว ส่วนทรัพย์สินที่หายไปสามีอ้างว่าไม่ได้เอาของตนไป บอกว่าตกอยู่ที่บ้านแต่ตนตรวจสอบแล้วไม่พบเจอ ตอนนี้ตนได้แจ้งความแล้ว และต้นต้องหนีออกจากบ้านหลังนั้นเพื่อความปลอดภัย และยังไม่กล้าไปทำงาน เพราะสามีรู้ที่ทำงานของตนและเคยพูดข่มขู่ไว้ว่าจะเข้าไปทำร้ายตนที่ทำงาน ส่วนนิสัยของสามีของตนจะมีนิสัยอารมณ์อารมณ์ร้อนหงุดหงิดง่าย ที่ผ่านมาตนให้โอกาสมาตลอด ไม่แน่ใจว่าเขาเป็นจิตเวชหรือไม่เพราะเขาไม่ได้ไปตรวจส่วนเรื่องยาเสพติดดื่มเหล้าไม่มี ก่อนหน้านี้สามีตนเคยจำคุกมาก่อนเรื่องการทำร้ายร่างกาย ตอนนี้ความรู้สึกของตนไม่เหลือเยื่อใยแล้ว ต้นพยายามทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นให้โอกาสทุกอย่างแต่ก็เหมือนเดิม ส่วนที่อยากเลิกขาดจากสามีคนนี้เพราะตนมีลูกติดตนจะให้ลูกแต่สามีมาห้าม หลังจากนี้ถ้าเขาจะมาพบทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไกล่เกลี่ยตนนจะไม่ยอม เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยของตนเอง ซึ่งเขาเป็นคนที่หวงแรงมากขนาดตนจะไปเข้าห้องน้ำตอนทำงานก็จะต้องทักบอกเขาตลอด ไปไหนไม่ได้ เพื่อนไม่มี บังคับตนให้อยู่ในกรอบของเขาทุกอย่าง
นายอนุพล ตางระแม ผู้ช่วย สส.เขต7นนทบุรี เล่าว่า ตนได้รับการประสานงานจากสายชลผู้ช่วยสส.มาว่ามีผู้ถูกทำร้ายเป็นผู้หญิง ตนจึงดำเนินการพาไปแจ้งความที่สภ. บางบัวทอง เพราะสามีของนางสาวปูเป็นภัยของสังคมมีอาวุธปืนอยู่กับตัวด้วยข่มขู่ฆ่าละลานคนอื่นตนเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนางสาวปู ตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ถึงชีวิต ตนจะดำเนินการติดตามเรื่องคดีให้ถึงที่สุด
นายสายชล นิตย์ขำ อายุ26ปี ผู้ช่วยสส.เขต7นนทบุรี ที่เข้าไปช่วยเหลือในวันเกิดเหตุ เล่าว่า เมื่อคืนวันเกิดเหตุตนได้เข้าตรวจสอบที่บ้านของนางสาวปูแต่เห็นว่าภายในบ้านถูกกุญแจล็อกไว้หมด ตนจึงขออนุญาตนางสาวปูว่าต้องตัดกุญแจเพื่อที่จะเข้าไปเอาหลักฐานซึ่งนางสาวปูก็อนุญาต และเข้าไปเอาข้าวของของนางสาวปูเพื่อให้นางสาวปูออกจากบ้านหลังนี้เพราะกลัวความปลอดภัย ซึ่งตนโทรแจ้งสายตรวจแล้วบอกว่าให้เข้าไปในบ้านแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ตนจึงเข้าไปคนเดียว และเข้าไปเอาหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดทั้งภายในภายในบ้านและนอกบ้าน ซึ่งตนทำตามขั้นตอน แต่ตอนตนเข้าไปที่เกิดเหตุไม่พบตัวสามีของนางสาวปูแล้วแต่เห็นนางสาวปูสภาพย่ำแย่ จึงประสานญาติให้พาไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวก่อน และพาไปแจ้งความภายหลัง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ เพื่อออกหมายเรียกและจะดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป


